ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและระบบการตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๙
______________________
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและระบบการตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๒) และมาตรา ๖๐ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๘ สภามหาวิทยาลัยได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๖๙
เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ให้ออกข้อบังคับไว้ ดังนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและระบบการตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๙”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน (๓) ของข้อ ๑๔ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและระบบการตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๔ และให้ใช้
ความต่อไปนี้แทน
“(๓) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ได้รับการรอการกำหนดโทษหรือ
รอการลงโทษในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ”
ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๘) ของข้อ ๑๔ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและระบบการตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๔
“(๘) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๒”
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความข้อ ๑๘ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและระบบการตรวจสอบภายในของมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๘ ในการตรวจสอบภายในให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจ ดังนี้
(๑) เชิญผู้บริหารหรือผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานหรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม หารือ ชี้แจง หรือตอบข้อซักถาม ในเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ
(๒) เรียกเอกสารข้อมูลหรือหลักฐานใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการตรวจสอบจากส่วนงาน หัวหน้าส่วนงาน หรือหน่วยรับตรวจ
(๓) เสนอให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกหรือผู้ตรวจสอบภายนอกเพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านการตรวจสอบ ด้านการบริหารความเสี่ยง หรือด้านอื่น ๆ และให้
ทำหน้าที่ช่วยเหลือสำนักงานตรวจสอบภายในในการตรวจสอบ
(๔) แต่งตั้งคณะทำงานหรือมอบหมายให้ผู้หนึ่งผู้ใดปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบเป็นครั้งคราว
(๕) กำหนดแนวทางการตรวจสอบภายในให้เป็นไปตามหน้าที่ที่กำหนดไว้ในกฎบัตร
ของสำนักงานตรวจสอบภายในตามที่กระทรวงการคลังกำหนด
(๖) กรณีมีเหตุที่หน่วยรับตรวจไม่อาจปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจสอบภายใน
หรือหัวหน้าหน่วยรับตรวจปฏิบัติบกพร่องที่ส่อไปในทางทุจริต ให้คณะกรรมการตรวจสอบเสนอแนะแนวทางป้องกันแก้ไข หรือให้มีการขอสัตยาบันย้อนหลัง หรือการภาคทัณฑ์ หรือการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามความร้ายแรงและรายงานต่ออธิการบดีหรือสภามหาวิทยาลัยแล้วแต่กรณีเพื่อพิจารณา”
ประกาศ ณ วันที่ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๙
(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัย

