ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรทุนสนับสนุนการทำวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม
ภายใต้โครงการเสริมศักยภาพและเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ธรรมศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙
พ.ศ. ๒๕๖๘
——————————————————-
ด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้มุ่งสู่ความเป็นเลิศโดยการจัดสรรทุนสนับสนุนการทำวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม ตลอดจนเพื่อสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพและส่งเสริมการนำวิจัยการวิจัยมาประยุกต์สู่การใช้ประโยชน์ในระดับพื้นที่และประเทศ ภายใต้โครงการเสริมศักยภาพและเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ธรรมศาสตร์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พ.ศ. ๒๕๕๘ ประกอบข้อ ๑๖ วรรคหนึ่ง (๑) และวรรคสอง ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วย
การบริหารงานวิจัยและกองทุนวิจัย พ.ศ. ๒๕๖๑ อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารงานวิจัยและกองทุนวิจัย ในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๘ อธิการบดีจึงออกประกาศไว้ ดังนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรทุนสนับสนุนการทำวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการเสริมศักยภาพและเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ธรรมศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๙ พ.ศ. ๒๕๖๘”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“กองทุน” หมายความว่า กองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารงานวิจัยและกองทุนวิจัย
“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาทุนสนับสนุนการทำวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการเสริมศักยภาพและเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ธรรมศาสตร์ ที่อธิการบดีโดยข้อเสนอของคณะกรรมการแต่งตั้ง
“นวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation)” หมายความว่า การประยุกต์ใช้ความคิดใหม่และ เทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการยกระดับคุณภาพชีวิต ชุมชน และสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่ความเท่าเทียมกันในสังคม และสามารถลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ
ข้อ ๔ คณะผู้วิจัยที่ขอรับทุนสนับสนุนการทำวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการเสริมศักยภาพและเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ธรรมศาสตร์ ต้องมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย
(๒) เป็นผู้ผ่านการอบรมโครงการเสริมศักยภาพและเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ธรรมศาสตร์
รุ่นที่ ๑
(๓) ไม่เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยซึ่งได้รับทุนจากโครงการวิจัยภายใต้งบประมาณเพื่อจัดสรรงานมูลฐาน (Fundamental Fund) หรืองบประมาณจากกองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ค้างส่งรายงานการวิจัยและการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ
(๔) ไม่เป็นหัวหน้าศูนย์แห่งความเป็นเลิศทางวิชาการ (Center of Excellence : CoE) หรือหัวหน้าหน่วยวิจัย (Research Unit : RU) ในขณะที่ศูนย์หรือหน่วยนั้นอยู่ในช่วงขยายระยะเวลาการนำส่งผลงานหรือยังมิได้นำส่งผลงานตามรอบระยะเวลา
(๕) ไม่อยู่ระหว่างลาศึกษาต่อทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ หรือปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางวิชาการ หรือถูกยืมตัวไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่น
ข้อ ๕ การจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นโครงการวิจัยที่ต้องมีองค์ความรู้จากความเชี่ยวชาญของสมาชิกในกลุ่มที่เข้าร่วมอบรม ไม่น้อยกว่า ๓ ด้าน
(๒) ข้อเสนอโครงการวิจัยต้องเกี่ยวข้องกับนโยบายส่งเสริมงานวิชาการและการวิจัยเพื่อสังคมผู้สูงอายุ มีหัวข้อและขอบเขตการวิจัยที่แน่นอนและชัดเจน โดยจัดทำข้อเสนอโครงการตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด
(๓) ข้อเสนอโครงการวิจัยมีระยะเวลาดำเนินการไม่เกินสองปีและมีแผนงบประมาณที่แสดงการใช้จ่ายเงินเพื่อการทำวิจัย แผนการดำเนินโครงการเพื่อสังคมที่เกี่ยวข้อง โดยต้องไม่เป็นโครงการวิจัยหรือส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากแหล่งทุนอื่นแล้วอย่างพอเพียง
(๔) มีการทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) แล้วอย่างครบถ้วน ครอบคลุม
และทำให้เชื่อได้ว่าโครงการวิจัยที่เสนอเป็นการวิจัยเพื่อหาองค์ความรู้ใหม่อย่างแท้จริง หรือถ้าเป็นการวิจัยเพื่อยืนยันองค์ความรู้เดิมที่มีอยู่แล้วก็ต้องเป็นการวิจัยที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง
(๕) ในกรณีที่ข้อเสนอโครงการวิจัยที่ต้องได้รับการรับรองเกี่ยวกับจริยธรรมการวิจัยในคน จรรยาบรรณการใช้สัตว์เพื่อการวิจัย ความปลอดภัยทางชีวภาพ หรือมาตรฐานการวิจัยอื่นในลักษณะเดียวกัน ผู้ขอรับทุนต้องแนบหลักฐานการผ่านการรับรองจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับการพิจารณาทุน
ข้อ ๖ การขอรับทุนสนับสนุนการทำวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการเสริมศักยภาพและเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ธรรมศาสตร์ ให้ผู้รับทุนเสนอข้อเสนอโครงการวิจัยตามแบบเสนอขอรับทุนสนับสนุนการทำวิจัยที่คณะกรรมการกำหนด พร้อมไฟล์บันทึกข้อมูลในรูปแบบไฟล์ Word และ PDF มายังกองบริหารการวิจัยเพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาจัดสรรทุน
การขอรับทุนตามวรรคหนึ่งคณะอนุกรรมการจะไม่รับพิจารณาข้อเสนอโครงการวิจัยที่ส่งเอกสารประกอบการพิจารณาไม่ครบถ้วนตามกำหนด
ข้อ ๗ ผู้รับทุนจะต้องนำเสนอโครงการแบบบรรยายต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาจัดสรรทุน โดยคณะอนุกรรมการจะประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ทั้งในด้านวิชาการ งบประมาณ ผลผลิต ผลลัพธ์และผลกระทบของโครงการ
คำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการให้ถือเป็นที่สุด
ข้อ ๘ กรณีที่ผู้รับทุนแจ้งว่าโครงการวิจัยไม่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานการทำวิจัยที่ต้องได้รับการรับรองเกี่ยวกับจริยธรรมการวิจัยในคน จรรยาบรรณการใช้สัตว์เพื่อการวิจัย ความปลอดภัยทางชีวภาพ หรือมาตรฐานการวิจัยอื่นในลักษณะเดียวกัน หากปรากฏในภายหลังว่าโครงการวิจัยเกี่ยวข้องกับมาตรฐานข้างต้น ให้ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้รับทุนเท่านั้น
ข้อ ๙ ผู้รับทุนต้องทำสัญญารับทุนตามแบบที่มหาวิทยาลัยโดยข้อเสนอของคณะกรรมการกำหนดภายในระยะเวลาตามประกาศผลการพิจารณาจัดสรรทุน และจะดำเนินการวิจัยได้ต่อเมื่อทำสัญญารับทุนกับมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว
ข้อ ๑๐ ภายหลังจากการทำสัญญารับทุน หากมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการจัดทำโครงการวิจัย เช่น ผู้ร่วมวิจัย ชื่อโครงการวิจัย รายการใช้จ่ายเงิน หรือระยะเวลาการทำวิจัย ผู้รับทุนต้องได้รับอนุมัติจากคณะอนุกรรมการเพื่อขออนุมัติแก้ไขสัญญาก่อน
ข้อ ๑๑ ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนสนับสนุนการทำวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม ภายใต้โครงการเสริมศักยภาพและเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ธรรมศาสตร์ ในอัตราเหมาจ่าย ทุนละไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยให้แบ่งจ่ายเป็นรายงวดตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
(๑) งวดที่หนึ่ง เป็นจำนวนร้อยละห้าสิบของเงินสนับสนุนการวิจัยที่ได้รับอนุมัติ จ่ายเมื่อผู้รับทุนได้รับอนุมัติข้อเสนอโครงการวิจัย และได้ทำสัญญารับทุนวิจัยกับมหาวิทยาลัยแล้ว
(๒) งวดที่สอง เป็นจำนวนร้อยละห้าสิบของเงินสนับสนุนการวิจัยที่ได้รับอนุมัติ จ่ายเมื่อผู้รับทุนส่งรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์และเอกสารหลักฐานตามข้อ ๑๔ แล้ว
ข้อ ๑๒ ให้จ่ายเงินทุนวิจัยเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ซึ่งผู้รับทุนเป็นเจ้าของบัญชี
ข้อ ๑๓ ผู้รับทุนต้องเสนอรายงานความก้าวหน้าของโครงการวิจัยภายในระยะเวลาและตามแบบรายงานความก้าวหน้าที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๑๔ ผู้รับทุนต้องจัดส่งรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์และเอกสารหลักฐานต่อคณะอนุกรรมการภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา ดังนี้
(๑) รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ จำนวนหนึ่งเล่ม โดยต้องระบุท้ายหน้าปกรายงานการวิจัยว่างานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนวิจัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีงบประมาณ ….
(๒) บทคัดย่อฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนหนึ่งชุด ในกรณีที่งานวิจัยฉบับสมบูรณ์จัดทำเป็นภาษาไทย หรือบทคัดย่อฉบับภาษาอังกฤษ จำนวนหนึ่งชุด ในกรณีที่งานวิจัยฉบับสมบูรณ์จัดทำเป็นภาษาอังกฤษ
(๓) เอกสารแสดงการนำผลงานวิจัยที่เป็นนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation) ไปใช้ประโยชน์ในภาครัฐที่เป็นหน่วยงานภายนอกสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน หรือสังคม ในด้านใดด้านหนึ่งตามที่ได้เสนอไว้ในข้อเสนอโครงการ
(๔) ไฟล์บันทึกข้อมูลตาม (๑) (๒) และ (๓) ในรูปแบบไฟล์ PDF จำนวน ๑ ชุด
การนำไปใช้ประโยชน์ในแต่ละด้าน ตามวรรคหนึ่ง (๓) ต้องมีลักษณะดังนี้
(๑) การใช้ประโยชน์ด้านพาณิชย์ เป็นผลงานวิจัยที่เน้นสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ใหม่ ไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ หรือลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตและบริการ
(๒) การใช้ประโยชน์ด้านนโยบาย เป็นการนำความรู้จากงานวิจัยไปใช้ในกระบวนการกำหนดนโยบาย ซึ่งนโยบายหมายถึง หลักการ แนวทาง กลยุทธ์ ในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ อาจเป็นนโยบายระดับประเทศ ระดับภูมิภาค ระดับจังหวัด ระดับท้องถื่น หรือระดับหน่วยงาน นโยบายที่ดีจะต้องประกอบด้วยวัตถุประสงค์ แนวทางและกลไกในการดำเนินงานที่ชัดเจน สอดคล้องกับปัญหาและ
ความต้องการการใช้ประโยชน์ด้านนโยบายจะรวมทั้งการนำองค์ความรู้ไปสังเคราะห์เป็นนโยบายหรือทางเลือกเชิงนโยบาย แล้วนำนโยบายนั้นไปสู่ผู้ประโยชน์
(๓) การใช้ประโยชน์ด้านสาธารณะ เป็นการดำเนินงานเพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในวงกว้างเพื่อประโยชน์ของสังคมและประชาชนทั่วไป ให้มีความรู้ความเข้าใจ เกิดความตระหนัก รู้เท่าทัน
การเปลี่ยนแปลง ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนวิธีคิด พฤติกรรม เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างสังคมคุณภาพ และส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๔) การใช้ประโยชน์ด้านชุมชนและพื้นที่ เป็นการนำกระบวนการ วิธีการ องค์ความรู้
การเปลี่ยนแปลง การเสริมพลัง อันเป็นผลกระทบที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น พื้นที่ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ การขยายผลต่อชุมชนท้องถิ่นและสังคมอื่น
ในกรณีที่ผู้รับทุนไม่สามารถส่งเอกสารตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) ภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ ให้ผู้รับทุนชี้แจงเหตุผลความจำเป็นต่อคณะอนุกรรมการก่อนครบกำหนดไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน
เพื่อขออนุมัติขยายระยะเวลาส่งรายงานฉบับสมบูรณ์และเอกสารหลักฐานได้ไม่เกิน ๒ ครั้งๆ ละ ไม่เกิน
๙๐ วัน
ข้อ ๑๕ คณะอนุกรรมการอาจพิจารณาให้ยุติการให้ทุนในกรณีดังนี้
(๑) ผู้รับทุนขาดคุณสมบัติตามข้อ ๕
(๒) ผู้รับทุนไม่รายงานความก้าวหน้าตามกำหนดเวลาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(๓) ผู้รับทุนไม่สามารถดำเนินการให้ลุล่วงตามวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย
(๔) ผู้รับทุนรับเงินทุนวิจัยหรือทุนสนับสนุนการวิจัยในเรื่องเดียวกันกับที่ได้รับทุนจากหน่วยงานอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะอนุกรรมการ
(๕) ผู้รับทุนเป็นผู้ได้รับการวินิจฉัยจากมหาวิทยาลัยว่าเป็นผู้ละเมิดจริยธรรมการทำวิจัย
ข้อ ๑๖ โครงการที่ถูกยุติการให้ทุน ให้ผู้รับทุนคืนเงินทุนวิจัยที่ได้รับไปแก่มหาวิทยาลัย
เว้นแต่ในกรณีที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควรให้ผู้รับทุนไม่ต้องคืนเงินทุนวิจัยทั้งหมดหรือบางส่วนด้วยเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้รับทุนเสียชีวิตและไม่มีผู้รับทุนแทน
(๒) มีเหตุสุดวิสัยจนไม่สามารถดำเนินงานวิจัยต่อไปได้
(๓) เหตุอื่น ๆ ตามที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควร
ข้อ ๑๗ ผู้รับทุนที่ถูกยุติการให้ทุนจะไม่สามารถยื่นเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนสนับสนุนการวิจัยเป็นระยะเวลาหนึ่งปีนับจากวันที่ถูกยุติการให้ทุน
ข้อ ๑๘ เมื่อสิ้นสุดการรับทุนผู้รับทุนต้องสรุปรายงานการใช้จ่ายเงินที่แสดงการใช้จ่ายเงินตามแผนงบประมาณที่ได้รับอนุมัติให้กองบริหารการวิจัยเสนอต่อคณะอนุกรรมการเพื่อทราบ
ในกรณีที่มีเงินทุนเหลือจ่ายให้ผู้รับทุนคืนเงินให้แก่กองทุนวิจัยและส่งสำเนาใบเสร็จรับเงินให้กองบริหารการวิจัย
ประกาศ ณ วันที่ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘
(ศาสตราจารย์ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์)
อธิการบดี

