ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่อง การจ่ายค่าชดเชยเพื่อการออกจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2569
…………………………………………..
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายค่าชดเชยเพื่อการออกจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๕๘ ประกอบข้อ ๕๕ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการบริหารบุคคลพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๙ อธิการบดีโดยข้อเสนอของคณะกรรมการบริหารบุคคลในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๗ เห็นชอบให้ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง การจ่ายค่าชดเชย เพื่อการออกจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๙”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในประกาศนี้
“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัย
“หัวหน้าส่วนงาน” หมายความว่า คณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนักงาน หรือหัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณบดี หรือผู้อำนวยการสถาบัน หรือผู้อำนวยการสำนักงาน
ข้อ ๔ พนักงานมหาวิทยาลัยที่ต้องออกจากการเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย มีสิทธิได้รับ เงินชดเชย โดยเบิกจ่ายจากเงินรายได้มหาวิทยาลัย เมื่อถูกสั่งให้ออกเฉพาะในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) เจ็บป่วยจนไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ของตนได้โดยสม่ำเสมอ
(๒) หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติงานตามหน้าที่
(๓) มีการเลิกหรือยุบเลิกส่วนงานหรือตำแหน่งที่พนักงานมหาวิทยาลัยผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ หรือดำรงอยู่
(๔) ไม่สามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็นที่พอใจ
ข้อ ๕ พนักงานมหาวิทยาลัยไม่มีสิทธิได้รับเงินชดเชย ในกรณีกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับมหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยลงโทษขั้นปลดออกหรือไล่ออก หรือไม่ผ่านการประเมินทดลองหรือการประเมินต่อสัญญาจ้างปฏิบัติงาน
ข้อ ๖ ให้จ่ายเงินชดเชยแก่พนักงานมหาวิทยาลัยที่ถูกสั่งให้ออกตามกรณีในข้อ ๔ ในอัตราดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อปฏิบัติงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายเงินชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างเดือนสุดท้าย จำนวนหนึ่งเดือน
(๒) เมื่อปฏิบัติงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายเงินชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างเดือนสุดท้าย จำนวนสามเดือน
(๓) เมื่อปฏิบัติงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายเงินชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างเดือนสุดท้าย จำนวนหกเดือน
(๔) เมื่อปฏิบัติงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายเงินชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างเดือนสุดท้าย จำนวนแปดเดือน
(๕) เมื่อปฏิบัติงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป ให้จ่ายเงินชดเชยเท่ากับอัตราค่าจ้างเดือนสุดท้ายจำนวนสิบเดือน
ข้อ ๗ การนับระยะเวลาการปฏิบัติงานตามข้อ ๖ ให้นับดังนี้
(๑) กรณีพนักงานมหาวิทยาลัย ให้นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
(๒) กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนสถานภาพมาจากข้าราชการ ให้นับตั้งแต่วันที่เปลี่ยนสถานภาพ
สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาหรือฝึกอบรมเต็มเวลา โดยทำสัญญาลาไว้กับมหาวิทยาลัย มิให้นำระยะเวลาการลานั้นมานับเป็นระยะเวลาการปฏิบัติงาน
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(ศาสตราจารย์ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์)
อธิการบดี

