ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่อง การเผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์เพื่อสำเร็จการศึกษา
ของนักศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาโทหรือระดับปริญญาเอก พ.ศ. ๒๕๖๙
……………………………………………….
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง การเผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์เพื่อสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาโทหรือระดับปริญญาเอก
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๙๕ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการศึกษา
ระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๘ และโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัย ในการประชุม ครั้งที่ ๓/๒๕๖๘
เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๘ อธิการบดีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง การเผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์ เพื่อสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาโทหรือระดับปริญญาเอก พ.ศ. ๒๕๖๙”
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับหลักสูตรระดับปริญญาโทหรือระดับปริญญาเอกที่เปิดหรือปรับปรุง ตามประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา เรื่อง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา
พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป
ข้อ ๔ ในประกาศนี้
“วารสารระดับชาติที่มีคุณภาพตามที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษากำหนด” หมายความว่าวารสารวิชาการที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการในสาชาวิชานั้นๆ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง โดยวารสาร วิชาการนั้นต้องมีการตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๓ ปี และมีการตรวจสอบคุณภาพ
ของบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบบทความ (Peer Reviewer) ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจากหลากหลายสถาบัน อย่างน้อย ๓ คน ทั้งนี้ วารสารวิชาการนั้นอาจเผยแพร่เป็นรูปเล่มสิ่งพิมพ์ หรือเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีกำหนด
การเผยแพร่อย่างแน่นอนชัดเจน
“วารสารระดับนานาชาติที่มีคุณภาพตามที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษากำหนด”หมายความว่า วารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลที่ ก.พ.อ. กำหนด ได้แก่ ERIC, MathSciNet, Pubmed, Scopus, Web of Science (เฉพาะในฐานข้อมูล SCIE, SSCI และ AHCI เท่านั้น), JSTOR และ Project Muse ทั้งนี้วารสารวิชาการนั้นอาจเผยแพร่เป็นรูปเล่มสิ่งพิมพ์ หรือเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์
“การนำเสนอต่อที่ประชุมวิชาการ” หมายความว่า การนำเสนอเป็นบทความวิจัยต่อที่ประชุมทางวิชาการที่เป็นฉบับเต็ม (Full Paper) ของการประชุมระดับชาติหรือระดับนานาชาติที่ผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และเผยแพร่ในหนังสือประมวลบทความในการประชุมวิชาการ (Proceedings) ดังกล่าว ทั้งนี้
การเผยแพร่อาจอยู่ในรูปแบบสิ่งพิมพ์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และอาจเผยแพร่ก่อนหรือหลังการประชุม
“สิทธิบัตร” หมายความว่า สิทธิบัตรตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร
“อนุสิทธิบัตร” หมายความว่า อนุสิทธิบัตรตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตร
“ผลงานนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์” หมายความว่า ต้องเป็นผลงานที่เป็นสิ่งใหม่ หรือสิ่งที่พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้เกิดการพัฒนามาตรฐาน ประสิทธิภาพ มูลค่าคุณภาพ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ สร้างผลกระทบได้ในวงกว้างในเชิงพาณิชย์หรือในเชิงสาธารณะ และมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
(๑) ด้านเทคโนโลยี เช่น ผลิตภัณฑ์ (Product) การบริการ (Service) กรรมวิธีที่เกี่ยวกับการผลิต (Process) หรือ
(๒) ด้านสังคม เช่น การจัดโครงสร้างองค์กรระบบบริหารจัดการ การบริหารการเงิน ธุรกิจการตลาด หรือในการอื่นใด รวมถึงการออกแบบกระบวนการแก้ปัญหา การทำให้เกิดคุณค่าในมิติใหม่โดยระบุแนวทางใหม่ วิธีการใหม่ หรือวิธีทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลดีกว่าเดิม
“ผลงานสร้างสรรค์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” หมายความว่า ผลงานวิชาการที่เป็น
การประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือ เครื่องทุ่นแรง ผลงานการสร้างสรรค์พืช หรือสัตว์พันธุ์ใหม่ หรือจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติ พิเศษสำหรับการใช้ประโยชน์ เฉพาะด้านวัคซีน ผลิตภัณฑ์ หรือสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งพัฒนาขึ้นจากการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยวิธีวิทยาที่เป็น
ที่ยอมรับในสาขาวิชานั้น ๆ
“ผลงานสร้างสรรค์ด้านสุนทรียะ ศิลปะ” หมายความว่า ผลงาน หรือชุดของผลงานสร้างสรรค์
ที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางสุนทรียะ ศิลปะ โดยผลงานดังกล่าวต้องแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างสรรค์ของเจ้าของผลงาน และต้องอธิบายได้ว่ามีแนวคิดจากปรัชญา จริยธรรม สุนทรียภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของความจริง ความดี ความงาม พร้อมคำอธิบาย อันกอปรด้วยหลักวิชาที่เอื้อต่อการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความหมายและคุณค่าของงาน เช่น ผลงานสร้างสรรค์ด้านวรรณกรรม ด้านศิลปะการแสดง ด้านดนตรี
ด้านสถาปัตยกรรมการออกแบบ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ หรือศิลปะด้านอื่น ๆ
“ผลงานวิชาการเพื่ออุตสาหกรรม” หมายความว่า ผลงานวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม
ที่มีห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ส่วนใหญ่อยู่ภายในประเทศ เป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
เพื่อตอบสนองต่อการพัฒนาหรือการแก้ปัญหาของอุตสาหกรรม
“ผลงานวิชาการเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและการเรียนรู้” หมายความว่า ผลงานวิชาการซึ่งอาจดำเนินงานในรูปการศึกษา หรือการวิจัยเชิงทดลอง หรือการวิจัยและพัฒนา มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมพัฒนา คุณลักษณะที่พึงประสงค์หรือแก้ไขปัญหาด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน องค์ประกอบของผลงาน ประกอบด้วยคำอธิบายหรือข้อมูลหลักฐานสำคัญ ได้แก่
(๑) สภาพปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน
(๒) แนวคิด ทฤษฎี หลักการและเหตุผล หรือความเชื่อที่ผู้สอนใช้ในการออกแบบการเรียนการสอน
ที่เป็นนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนหรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าว อาจเป็นรูปแบบใหม่ของการสอน หรือเป็นการสอนแนวใหม่ หรือเป็นงานประดิษฐ์คิดค้นที่พัฒนาขึ้นใหม่ หรือปรับประยุกต์จากของเดิมอย่างเห็นได้ชัด เช่น เป็นบทเรียนแบบใหม่ กิจกรรมใหม่ หรือเทคนิคใหม่ในการจัดการเรียนการสอน สื่อที่ใช้
ในการเรียนการสอน
(๓) กระบวนการและผลลัพธ์ในการนำนวัตกรรมนั้นไปทดลองใช้กับผู้เรียนในสถานการณ์จริงแสดงผลในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะที่พึ่งประสงค์โดยมีข้อมูลหลักฐานรองรับว่าได้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียนในทิศทางที่พึงประสงค์ก่อให้เกิดการเรียนรู้ทั้งในผู้เรียนและผู้สอบ
“ผลงานวิชาการเพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะ” หมายความว่า ผลงานที่เกิดจากการศึกษาวิจัย
หรือวิเคราะห์ สังเคราะห์ทางเศรษฐกิจ สังคมการเมืองการปกครอง สิ่งแวดล้อม หรือด้านวิทยาศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์ หรือทางวิชาการด้านอื่น อันนำไปสู่ข้อเสนอนโยบายสาธารณะใหม่ หรือข้อเสนอแนะเชิงความคิดหรือเชิงประจักษ์เกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ หรือการนำนโยบายนั้นไปปฏิบัติ เพื่อให้ภาครัฐนำไปใช้กำหนดนโยบาย กฎหมาย แผน คำสั่ง หรือมาตรการอื่นใด ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาที่มีอยู่หรือพัฒนาให้เกิดผลดีต่อสาธารณะ
ไม่ว่าระดับชาติ ท้องถิ่น หรือนานาชาติ
“กรณีศึกษา” หมายความว่า งานเขียนที่เกิดจากการศึกษาบุคคล หรือสถาบัน (หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐบาล ฯลฯ) ศึกษาเหตุการณ์ การบริหารจัดการ คดี หรือกรณีที่เกิดขึ้นจริงมาจัดทำเป็นกรณีศึกษา ทั้งนี้ โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ตามหลักวิชาการถึงสาเหตุของปัญหาและปัจจัยอื่นๆ นำมาประกอบการตัดสินใจและกำหนดทางเลือกในการแก้ปัญหาตามหลักวิชา หรือทำข้อเสนอในการพัฒนาองค์กร
หรือเพื่อให้เกิดความเข้าใจในพฤติกรรมของบุคคล หรือพฤติกรรมขององค์กร เพื่อกระตุ้นให้เกิดการคิดวิเคราะห์ หาเหตุผลและแนวทางในการตัดสินใจตามหลักวิชาการ หรือเพื่อวิเคราะห์ข้อเท็จริงและการใช้ดุลพินิจตัดสินในคดี
“งานแปล” หมายความว่า การแปลจากตัวงานต้นแบบที่เป็นงานวรรณกรรม หรืองานวิชาการ
ที่มีความสำคัญและทรงคุณค่าในสาขาขานั้น ๆ ซึ่งเมื่อนำมาแปลแล้วจะเป็นการเสริมความก้าวหน้าทางวิชาการ
ที่ประจักษ์ชัด เป็นการแปลจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย หรือจากภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศ
หรือแปลจากภาษาต่างประเทศหนึ่งเป็นภาษาต่างประเทศอีกภาษาหนึ่ง
“พจนานุกรม สารานุกรม นามานุกรม และงานวิชาการอื่นในลักษณะเดียวกัน” หมายความว่า
งานอ้างอิงที่อธิบายและให้ข้อมูลเกี่ยวกับคำ หรือหัวข้อ หรือหน่วยย่อย ในลักษณะอื่น ๆ อันเป็นผลของการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบและมีหลักวิชา รวมทั้งแสดงสถานะล่าสุดทางวิชาการ (State-of-the-art) ของสาขา
วิชานั้นๆ เป็นการรวบรวมคำ หรือหัวข้อ หรือหน่วยย่อย จัดระบบอ้างอิง โดยเป็นงานของนักวิชาการคนเดียว
มีคำนำที่ชี้แจงหลักการ หลักวิชา หรือทฤษฎีที่นำมาใช้ รวมทั้งอธิบายวิธีการใช้และมีบรรณานุกรมรวม
หรือบรรณานุกรมแยกส่วนตามหน่วยย่อย รวมทั้งดัชนีค้นคำ ในกรณีที่จำเป็น
“ซอฟต์แวร์” หมายความว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามความหมายของกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์
ซึ่งเป็นผลงานที่ได้จากการวิจัย หรือการประดิษฐ์คิดค้นใหม่ หรือการสร้างองค์ความรู้ใหม่ที่มีหลักวิชาอันสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน รวมถึงซอฟต์แวร์ที่เป็นการประยุกต์หลักวิชา เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ
ในเชิงวิชาการ โดยต้องมีลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังนี้
(๑) การดำเนินงานโครงการที่มีลักษณะการพัฒนาซอฟต์แวร์โดยใช้ระเบียบวิธีเชิงตัวเลข (Numerical Method) หรือการดำเนินงานลักษณะ Engineering Design ซึ่งเป็นการปรับปรุงกระบวน
การออกแบบโดยตรง
(๒) งานที่มีลักษณะการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและพัฒนาในระดับแฟ้มข้อมูลต้นฉบับ (Source Code) เพื่อพัฒนาระบบการทำงานให้ดีขึ้น โดยมีการปรับปรุงระบบอย่างมีนัยสำคัญ
(๓) โครงการที่มีการเก็บข้อมูลเชิงประสิทธิภาพและประเมินผลเพื่อให้สอดคล้องกับงานวิจัย
และพัฒนาเทคโนโลยี จะต้องแสดงให้เห็นชัดเจนว่าหลังจากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและซอฟต์แวร์มาใช้พัฒนาแล้วระบบการทำงานดีขึ้นได้อย่างไร โดยต้องมีการปรับปรุงระบบหรือสำรวจความต้องการ รวมถึงแสดงผลลัพธ์หรือตัวชี้วัดที่ชัดเจนซึ่งมิได้นำเข้ามาเพื่อทดแทนระบบเดิมเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องสอดคล้องกับลักษณะงานวิจัยและพัฒนา
“ผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม” หมายความว่า ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือท้องถิ่นที่เกิดขึ้น โดยใช้ความรู้ในสาขาวิชาอย่างน้อยหนึ่งสาขาวิชา และปรากฏผลที่สามารถประเมินได้เป็นรูปธรรมโดยประจักษ์
ต่อสาธารณะ ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นและสังคมนี้ต้องเป็นผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นทางด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน เกี่ยวกับชุมชน วิถีชีวิต การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม อาชีพ เศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง คุณภาพชีวิต หรือสุขภาพ หรือเป็นผลงานที่นำไปสู่การจดทะเบียนสิทธิบัตร หรือ ทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบอื่นที่สามารถแสดงได้เป็นที่ประจักษ์ว่าสามารถใช้แก้ปัญหา หรือพัฒนาสังคมและก่อให้เกิดประโยชน์อย่างชัดเจน หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงในความตระหนักและการรับรู้ในปัญหาและแนวทางแก้ไข
ของชุมชน ทั้งนี้ ไม่นับรวมงานที่แสวงหากำไรและได้รับผลตอบแทนส่วนบุคคลในเชิงธุรกิจ
ข้อ ๕ นักศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาโทแผนหนึ่งแบบวิชาการ ต้องเผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์
เพื่อสำเร็จการศึกษา ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีนักศึกษาศึกษาแผนหนึ่งทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว ให้เผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์
อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑.๑) ผลงานวิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ หรืออย่างน้อยได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติที่มีคุณภาพตามที่คณะกรรมการมาตรฐาน
การอุดมศึกษากำหนด อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง
(๑.๒) ผลงานวิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ หรืออย่างน้อยได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับชาติที่มีคุณภาพตามที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษากำหนด อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง
(๑.๓) ผลงานนวัตกรรมหรือผลงานสร้างสรรค์ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
เชิงสังคม และเชิงเศรษฐกิจ อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง หรือได้รับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร อย่างน้อยหนึ่งสิทธิบัตร
หรืออนุสิทธิบัตร
(๑.๔) ผลงานนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเผยแพร่ในรูปแบบจัดนิทรรศการระดับชาติ
หรือนานาชาติ หรือจัดแสดง จัดการแสดง แสดงสาธารณะ หรือบันทึกภาพ บันทึกเสียง ภาพถ่าย แถบบันทึกภาพ โดยหน่วยงานวิชาชีพวิชาการที่เป็นที่ยอมรับ หรือรูปแบบสิ่งตีพิมพ์ หรือโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการประเมินคุณภาพจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้น ๆ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง (peer reviewer) ที่มาจากหลากหลายสถาบัน อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง
(๑.๕) ผลงานสร้างสรรค์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือผลงานสร้างสรรค์ด้านสุนทรียะ ศิลปะ หรือผลงานวิชาการเพื่ออุตสาหกรรม หรือผลงานวิชาการเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและการเรียนรู้
หรือผลงานวิชาการเพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะ หรือกรณีศึกษา หรืองานแปล หรือพจนานุกรม สารานุกรม
นามานุกรมและงานวิชาการในลักษณะเดียวกัน หรือซอฟต์แวร์ หรือผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม อย่างน้อย
หนึ่งเรื่อง
(๒) กรณีนักศึกษาศึกษาแผนหนึ่งศึกษารายวิชาและทำวิทยานิพนธ์ ให้เผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๒.๑) ผลงานวิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ หรืออย่างน้อยได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติ โดยวารสารวิชาการนั้นอาจเผยแพร่เป็นรูปเล่มสิ่งพิมพ์ หรือเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง
(๒.๒) ผลงานวิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ หรืออย่างน้อยได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับชาติที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการสาขานั้น ๆ
หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง โดยวารสารวิชาการนั้นอาจเผยแพร่เป็นรูปเล่มสิ่งพิมพ์ หรือเป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ที่มีกำหนดการเผยแพร่อย่างแน่นอนชัดเจน อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง
(๒.๓) ผลงานนวัตกรรมหรือผลงานสร้างสรรค์ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
เชิงสังคม และเชิงเศรษฐกิจ อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง หรือได้รับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร อย่างน้อยหนึ่งสิทธิบัตร
หรืออนุสิทธิบัตร
(๒.๔) ผลงานนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งเผยแพร่ในรูปแบบจัดนิทรรศการระดับชาติ
หรือนานาชาติ หรือจัดแสดง จัดการแสดง แสดงสาธารณะ หรือบันทึกภาพ บันทึกเสียง ภาพถ่าย แถบบันทึกภาพ โดยหน่วยงานวิชาชีพวิชาการที่เป็นที่ยอมรับ หรือรูปแบบสิ่งตีพิมพ์ หรือโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการประเมินคุณภาพจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้น ๆ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง (peer reviewer) ที่มาจากหลากหลายสถาบัน อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง
(๒.๕) ผลงานสร้างสรรค์ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือผลงานสร้างสรรค์ด้านสุนทรียะศิลปะ หรือผลงานวิชาการเพื่ออุตสาหกรรม หรือผลงานวิชาการเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและการเรียนรู้
หรือผลงานวิชาการเพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะ หรือกรณีศึกษา หรืองานแปล หรือพจนานุกรม สารานุกรม
นามานุกรมและงานวิชาการในลักษณะเดียวกัน หรือซอฟต์แวร์ หรือผลงานรับใช้ท้องถิ่นและสังคม อย่างน้อย
หนึ่งเรื่อง
(๒.๖) ผลงานทางวิชาการที่นำเสนอต่อที่ประชุมวิชาการ อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง
ข้อ ๖ นักศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาเอก ต้องเผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์เพื่อสำเร็จการศึกษา
ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีนักศึกษาศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาเอกแผนหนึ่ง ให้เผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์
อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑.๑) ผลงานวิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ หรืออย่างน้อยได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติที่มีคุณภาพตามที่คณะกรรมการมาตรฐาน
การอุดมศึกษากำหนด อย่างน้อยสองเรื่อง
(๑.๒) ผลงานวิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ หรืออย่างน้อยได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติที่มีคุณภาพตามที่คณะกรรมการมาตรฐาน
การอุดมศึกษากำหนด อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง และเป็นผลงานนวัตกรรมหรือผลงานสร้างสรรค์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เชิงสังคม และเชิงเศรษฐกิจ อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง หรือได้รับสิทธิบัตร อย่างน้อย
หนึ่งสิทธิบัตร
นักศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาเอกแผนหนึ่ง กลุ่มสาขาวิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
อาจเผยแพร่ในวารสารระดับชาติที่มีคุณภาพตามที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษากำหนด อย่างน้อย
สองเรื่อง ในกรณีนักศึกษาประสงค์เผยแพร่ในวารสารระดับชาติเท่านั้น
(๒) กรณีนักศึกษาศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาเอกแผนสอง ให้เผยแพร่ผลงานวิทยานิพนธ์
อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๒.๑) ผลงานวิทยานิพนธ์หรือส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ หรืออย่างน้อยได้รับการยอมรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารระดับนานาชาติที่มีคุณภาพตามที่คณะกรรมการมาตรฐาน
การอุดมศึกษากำหนด อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง
(๒.๒) ผลงานนวัตกรรมหรือผลงานสร้างสรรค์ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
เชิงสังคมและเชิงเศรษฐกิจ อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง หรือได้รับสิทธิบัตร อย่างน้อยหนึ่งสิทธิบัตร
นักศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาเอกแผนสอง กลุ่มสาขาวิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
อาจเผยแพร่ในวารสารระดับชาติที่มีคุณภาพตามที่คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษากำหนด อย่างน้อย
หนึ่งเรื่อง
ข้อ ๗ นักศึกษาหลักสูตรระดับปริญญาเอกทั้งแผนหนึ่งและแผนสอง ที่ประสงค์เสนอผลงานวิทยานิพนธ์ในรูปแบบผลงานนวัตกรรมหรือผลงานสร้างสรรค์ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เชิงสังคม และเชิงเศรษฐกิจ ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องมีการประเมินระดับความพร้อมของเทคโนโลยี (Technology Readiness Level : TRL)ตั้งแต่ระดับเจ็ดขึ้นไป หรือระดับความพร้อมของสังคม (Societal Readiness Level : SRL) ตั้งแต่ระดับเจ็ดขึ้นไป
(๒) ต้องได้รับการประเมินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกในสาขาเดียวกันหรือสาขา
ที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยสามคนซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงเป็นที่ยอมรับ โดยได้รับ
ความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ในการประเมินผลงานวิทยานิพนธ์ รูปแบบนวัตกรรม
หรือผลงานสร้างสรรค์ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) มีความรู้ ความเชี่ยวชาญที่สัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาหรือสาขาวิชา
ของหลักสูตรที่จะได้รับการประเมิน
(๒) มีประสบการณ์การทำงานที่สัมพันธ์กับหัวข้อวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาหรือสาขาวิชา
ของหลักสูตร ไม่น้อยกว่าสิบปี
(๓) มีผลงานสร้างสรรค์หรือผลงานนวัตกรรมอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๓.๑) ผลงานที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และได้รับการเผยแพร่ในนิทรรศการระดับชาติหรือนานาชาติ หรือได้รับการเชิดชูเกียรติในฐานะของบุคคลที่มีผลงานสร้างสรรค์เป็นที่ยอมรับ
จากหน่วยงานระดับชาติหรือระดับนานาชาติ เช่น รางวัลศิลปาธร รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ หรือการจัดแสดง
การจัดการแสดง การแสดงสาธารณะ การบันทึกภาพ การบันทึกเสียง ภาพถ่าย แถบบันทึกภาพ โดยหน่วยงานวิชาชีพวิชาการที่เป็นที่ยอมรับ หรือได้รับการเผยแพร่ในรูปแบบสิ่งตีพิมพ์ หรือโดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่าน
การประเมินคุณภาพจากคณะผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้น ๆ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง (peer reviewer) ที่มาจากหลากหลายสถาบัน
(๓.๒) ผลงานที่ได้รับสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรที่ได้รับการขึ้นทะเบียน
(๓.๓) ผลงานที่ได้ยื่นจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร
(๓.๔) ผลงานที่มีเอกสารหลักฐานพิสูจน์ได้ว่ามีผู้นำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ วิจัย
หรือพัฒนาต่อยอด
ข้อ ๘ คณะ วิทยาลัย สถาบัน หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นของมหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษา
ระดับบัณฑิตศึกษา สามารถกำหนดเกณฑ์การเผยแพร่และจำนวนเรื่องที่สูงกว่าที่กำหนดในประกาศนี้ได้ โดยได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๙ ให้อธิการบดีรักษาการตามประกาศนี้ และให้มีอำนาจออกหลักเกณฑ์หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติ
ให้เป็นไปตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(ศาสตราจารย์ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์)
อธิการบดี

