ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยการบริหารงานสำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘
…………………………………………………
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการบริหารงานสำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๒) (๓) (๔) และมาตรา ๕๑ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๘ สภามหาวิทยาลัยได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๖๘
เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๘ ให้ออกข้อบังคับไว้ดังนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการบริหารงานสำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๘”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์
“คณะกรรมการบริหารสำนักงาน” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารสำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์
“ศิษย์เก่า” หมายความว่า นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาหรือเคยศึกษาในหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งของมหาวิทยาลัย รวมถึงเตรียมปริญญามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองและมหาวิทยาลัย
วิชาธรรมศาสตร์และการเมือง
“ผู้ช่วยอธิการบดี” หมายความว่า ผู้ช่วยอธิการบดีซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านศิษย์เก่าสัมพันธ์ หรือผู้บริหารซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิการบดี
“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์
“รองผู้อำนวยการ” หมายความว่า รองผู้อำนวยการสำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์
“พนักงานสำนักงาน” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยที่จ้างด้วยเงินรายได้ของสำนักงาน
“ลูกจ้างสำนักงาน” หมายความว่า ลูกจ้างมหาวิทยาลัยที่จ้างด้วยเงินรายได้ของสำนักงาน
ข้อ ๔ ให้อธิการบดีรักษาการให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ และให้มีอำนาจออกประกาศมหาวิทยาลัยเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
หมวด ๑
วัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่
ข้อ ๕ สำนักงานเป็นส่วนงานของมหาวิทยาลัยที่บริหารงานแบบวิสาหกิจมีวัตถุประสงค์
ในการเป็นศูนย์กลางการติดต่อประสานงานกับสมาคม ชมรม มูลนิธิ กลุ่ม และองค์กรของศิษย์เก่า
และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมหาวิทยาลัยและศิษย์เก่า รณรงค์และระดมทุน จัดกิจกรรมและให้บริการด้านต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและเพื่อประโยชน์ของสำนักงาน สภาธรรมศาสตร์สัมพันธ์
และมหาวิทยาลัย และมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดหาทุนการศึกษาและทุนในการดำเนินกิจกรรมของสำนักงานหรือมหาวิทยาลัยจากศิษย์เก่า ผู้มีจิตศรัทธา องค์กรศิษย์เก่า องค์กรของรัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไป
(๒) ทำข้อตกลงเข้าดำเนินงานเกี่ยวกับกิจกรรมและบริการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน รวมถึงทำความตกลงและรับค่าตอบแทนการดำเนินงานดังกล่าว
(๓) ดำเนินการและจัดให้มีการบริการทางด้านการผลิตและจำหน่ายของที่ระลึกที่มีเครื่องหมาย สัญลักษณ์ และตราของมหาวิทยาลัยเพื่อการระดมทุนการศึกษาหรือจัดหารายได้ของสำนักงาน
(๔) ร่วมมือกับสมาคม ชมรม มูลนิธิ กลุ่ม และองค์กรของศิษย์เก่า และหน่วยงานอื่น ๆ
ทั้งในภาครัฐหรือเอกชนในการเผยแพร่ความรู้และวิชาการต่าง ๆ รวมทั้งการสร้างสรรค์และจัดทำกิจกรรม
ที่เป็นประโยชน์ต่อสำนักงาน มหาวิทยาลัย และสังคม
(๕) รวบรวมและจัดทำฐานข้อมูลศิษย์เก่าเพื่อใช้ในประโยชน์ของสำนักงานและมหาวิทยาลัย
(๖) จัดพิมพ์เอกสาร สิ่งพิมพ์ และสื่อต่าง ๆ ตลอดจนสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร และกิจกรรมต่าง ๆ ของศิษย์เก่า สำนักงาน และมหาวิทยาลัย
(๗) จัดหารายได้ในการดำเนินงานของสำนักงานจากการลงทุน การจัดกิจกรรม การให้บริการด้านต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสำนักงาน
(๘) ดำเนินงานบริหารจัดการ ธุรการ และจัดประชุมของสภาธรรมศาสตร์สัมพันธ์
(๙) ดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารสำนักงานและมหาวิทยาลัยมอบหมาย
หมวด ๒
คณะกรรมการบริหารสำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์
ข้อ ๖ ให้มีคณะกรรมการบริหารสำนักงาน ประกอบด้วย
(๑) อธิการบดี เป็นประธานกรรมการ
(๒) ผู้ช่วยอธิการบดี เป็นรองประธานกรรมการ
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นศิษย์เก่าที่อธิการบดีแต่งตั้ง จำนวนไม่เกินหกคน
(๔) ผู้อำนวยการสำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์ เป็นกรรมการและเลขานุการ
ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งพนักงานสำนักงานเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้จำนวนไม่เกินสองคน
ข้อ ๗ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๖ (๓) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี
และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามข้อ ๖ (๓) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(๕) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำ
โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๖ (๓) พ้นจากตำแหน่งและได้มีการดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนแล้ว ให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลือของผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดำรงตำแหน่งเหลือน้อยกว่าเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการให้มีผู้ดำรงตำแหน่งแทนก็ได้
ในกรณีที่กรรมการตามข้อ ๖ (๓) ว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้คณะกรรมการบริหารสำนักงานประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่
ข้อ ๘ คณะกรรมการบริหารสำนักงานมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) พิจารณาวางนโยบาย แผนงาน และการบริหารงานของสำนักงานให้สอดคล้องกับแนวนโยบายของมหาวิทยาลัยเพื่อเสนออธิการบดีพิจารณาอนุมัติ
(๒) พิจารณาและจัดทำงบประมาณรายรับ รายจ่ายประจำปีของสำนักงานเพื่อเสนออธิการบดีพิจารณาก่อนเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติ
(๓) พิจารณาการนำเงินรายได้ของสำนักงานไปลงทุนเพื่อประโยชน์ของสำนักงานตามหลักเกณฑ์ที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
(๔) พิจารณาการจัดตั้ง รวม ยุบเลิก และแบ่งส่วนงานภายในสำนักงานเพื่อเสนออธิการบดีพิจารณาก่อนเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติ
(๕) พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคลพนักงานสำนักงาน
(๖) พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การบริหารการเงิน งบประมาณ การบัญชี การพัสดุ
และทรัพย์สินของสำนักงาน
(๗) พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบภายใน การควบคุมภายใน และการบริหาร
ความเสี่ยงให้สอดคล้องกับการดำเนินการของมหาวิทยาลัย
(๘) พิจารณากำหนดแนวทางและควบคุมดูแลการบริหารงาน ตลอดจนแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
(๙) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือมอบหมายบุคคลเพื่อปฏิบัติงานตามที่
คณะกรรมการบริหารสำนักงานมอบหมาย
(๑๐) ประสานงานและจัดให้มีการเลือกสรรคณะกรรมการสภาธรรมศาสตร์สัมพันธ์
(๑๑) หน้าที่อื่นที่อธิการบดีมอบหมาย
ข้อ ๙ ให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานอย่างน้อยปีละสี่ครั้ง
ข้อ ๑๐ การประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม
ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการหรือมอบหมายให้กรรมการท่านใดท่านหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การลงมติของคณะกรรมการบริหารสำนักงานให้ถือเสียงข้างมากของผู้เข้าร่วมประชุม
กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
การกำหนดเงินค่าสมนาคุณ ค่าตอบแทน ค่าเบี้ยประชุม หรือสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่คณะกรรมการบริหารสำนักงาน ให้อธิการบดีโดยความเห็นชอบของสภามหาวิทยาลัยกำหนดโดยออกเป็นประกาศมหาวิทยาลัย
หมวด ๓
ผู้อำนวยการ
ข้อ ๑๑ ให้อธิการบดีโดยข้อเสนอของคณะกรรมการบริหารสำนักงานแต่งตั้งผู้อำนวยการ
ข้อ ๑๒ ผู้อำนวยการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
(ก) คุณสมบัติ
(๑) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่งหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย
(๒) มีความรู้ความสามารถในด้านที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของสำนักงานหรือด้านการบริหารงาน
(๓) สามารถปฏิบัติงานในสำนักงานได้เต็มเวลา
(ข) ลักษณะต้องห้าม
(๑) ไม่เป็นอาจารย์ประจำหรือผู้ปฏิบัติงานอื่นซึ่งมีลักษณะเป็นตำแหน่งหน้าที่ประจำของมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานอื่นใด
(๒) ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
ไม่สมประกอบ
(๔) ไม่เป็นผู้เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๕) ไม่เป็นผู้เคยถูกสั่งลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ หรือจากรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐเพราะกระทำผิดวินัยหรือจรรยาบรรณ
ในกรณีไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ อธิการบดีอาจแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย
เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการก็ได้
ข้อ ๑๓ ผู้อำนวยการมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) บริหารกิจการของสำนักงานให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบ หรือประกาศของมหาวิทยาลัย ตลอดจนคำสั่งหรือการมอบหมายของสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี หรือคณะกรรมการบริหารสำนักงาน
(๒) บริหารงานบุคคล การคลัง การเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
ที่สภามหาวิทยาลัยหรืออธิการบดีมอบหมายให้อยู่ในความดูแลของสำนักงาน ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบหรือประกาศของมหาวิทยาลัยหรือสำนักงาน ตลอดจนคำสั่งหรือการมอบหมายของสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี หรือคณะกรรมการบริหารสำนักงาน
(๓) จัดทำแผนพัฒนาสำนักงานเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริหารสำนักงานเพื่อพิจารณาอนุมัติและนำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
(๔) ควบคุมและกำกับดูแลการบริหารงานของสำนักงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามข้อ ๕
(๕) ควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและแผนงานของสำนักงานที่ได้รับการพิจารณา
ให้ความเห็นชอบหรือได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารหรือสภามหาวิทยาลัยแล้ว
(๖) ดำเนินการเพื่อจัดหารายได้และทรัพยากรอื่นจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจของสำนักงานให้สำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
(๗) จัดทำงบประมาณรายรับและงบประมาณรายจ่ายเสนอต่อคณะกรรมการบริหารสำนักงานเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ และนำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติ
(๘) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับกิจการด้านต่าง ๆ ของสำนักงานเสนอต่อคณะกรรมการ
บริหารสำนักงานเพื่อพิจารณาและนำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
(๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามคำสั่งหรือการมอบหมายของสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี
หรือคณะกรรมการบริหารสำนักงาน
ข้อ ๑๔ ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารงานสำนักงานตามแนวทางและนโยบาย
ที่คณะกรรมการบริหารสำนักงานกำหนด และอาจให้มีรองผู้อำนวยการสำนักงานเพื่อช่วยบริหารงาน
ของสำนักงานได้ โดยรองผู้อำนวยการต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๒
ให้อธิการบดีเป็นผู้ลงนามในคำสั่งจ้างผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการ
ข้อ ๑๕ ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ
ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยในนามของสำนักงาน และเป็นผู้ลงนามในบันทึก จดหมาย หรือเอกสารต่าง ๆ ของสำนักงาน หรือทำความตกลงใด ๆ ที่เป็นการดำเนินงานภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน
ข้อ ๑๖ ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการหารายได้ตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน
ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้รับมอบอำนาจจากอธิการบดีในการลงนามในหนังสือหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ
การเสนอราคา หรือเสนอเงื่อนไขการให้บริการ รวมตลอดถึงการลงนามสัญญาหรือข้อตกลงกับคู่สัญญา
หรือบุคคลภายนอกในนามมหาวิทยาลัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการรักษาการแทนและการมอบอำนาจให้ปฏิบัติการแทน
ข้อ ๑๗ ผู้อำนวยการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้
แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้ เว้นแต่กรณีมีเหตุผลความจำเป็นโดยได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ผู้อำนวยการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(๕) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำ
โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๖) อธิการบดีโดยข้อเสนอของคณะกรรมการบริหารสำนักงานมีมติให้ถอดถอนเพราะขาดประสิทธิภาพ
หมวด ๔
การบริหารบุคคล
ข้อ ๑๘ ให้คณะกรรมการบริหารสำนักงานมีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล
ของสำนักงาน ดังต่อไปนี้
(๑) จัดทำนโยบายและแผนงานการบริหารบุคคลเพื่อเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติตามรอบระยะเวลาการจัดทำนโยบายและแผนงานบริหารบุคคลพนักงานมหาวิทยาลัยที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
(๒) กำหนดประเภทตำแหน่ง ชื่อตำแหน่ง มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง คุณสมบัติทั่วไป
และคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งของพนักงานสำนักงาน
(๓) กำหนดบัญชีอัตราเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าตอบแทน หรือเงินเพิ่มของพนักงานสำนักงาน
(๔) กำหนดอัตรากำลังของสำนักงาน
(๕) พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การสรรหา การบรรจุ แต่งตั้ง และการทำสัญญาปฏิบัติงานของพนักงานสำนักงาน
(๖) พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การทดลองปฏิบัติงาน และการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานสำนักงาน
(๗) พิจารณากำหนดสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ ตลอดจนประโยชน์เกื้อกูลต่าง ๆ ให้แก่พนักงานสำนักงาน และลูกจ้างสำนักงาน
(๘) พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์วิธีการเกี่ยวกับการลา การพัฒนาบุคลากร วันเวลาปฏิบัติงานและวันหยุดของสำนักงาน
(๙) พิจารณากำหนดหลักเกณฑ์วิธีการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบุคคลที่เป็นลักษณะเฉพาะของสำนักงาน
การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตามวรรคหนึ่ง เมื่อคณะกรรมการบริหารสำนักงาน
ให้ความเห็นชอบแล้วให้ออกเป็นประกาศสำนักงาน
ข้อ ๑๙ ให้อธิการบดีมีอำนาจเกี่ยวกับการแต่งตั้งและการทำสัญญาปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ
ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจเกี่ยวกับการบรรจุแต่งตั้ง และการทำสัญญาปฏิบัติงานของพนักงานสำนักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารสำนักงานกำหนด
ข้อ ๒๐ ให้สำนักงานจัดให้พนักงานสำนักงานเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายว่าด้วย
การประกันสังคม
คณะกรรมการบริหารสำนักงานโดยความเห็นชอบของผู้อำนวยการอาจจัดให้มีกองทุน
สำรองเลี้ยงชีพของพนักงานสำนักงาน หรือจัดให้มีการประกันอุบัติเหตุหรือประกันชีวิต หรือจัดให้มีสวัสดิการอื่นให้แก่พนักงานสำนักงานได้
ข้อ ๒๑ การบริหารงานบุคคลพนักงานสำนักงานนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล วินัยและการดำเนินการทางวินัย
และการอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์ของพนักงานมหาวิทยาลัย
ข้อ ๒๒ นอกจากพนักงานสำนักงาน สำนักงานอาจมีลูกจ้างสำนักงานที่เป็นการจ้าง
แบบรายเดือน รายวัน หรือรายชั่วโมงก็ได้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารสำนักงานกำหนด
และออกเป็นประกาศสำนักงาน
หมวด ๕
การบริหารเงินรายได้ของสำนักงาน
ข้อ ๒๓ ให้สำนักงานเป็นส่วนงานทางการเงินที่มีเงินรายได้ของส่วนงานตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการบริหารการเงิน งบประมาณ และการบัญชี และให้ดำเนินการรับจ่าย
เก็บรักษา และบริหารเงินรายได้ของสำนักงาน เพื่อการบริหารงานสำนักงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสำนักงาน
ข้อ ๒๔ การเบิกเงิน การรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารสำนักงานกำหนดและออกเป็นประกาศสำนักงาน
ข้อ ๒๕ ให้เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยซึ่งเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของสำนักงานเป็นรายได้ของสำนักงาน
เงินรายได้ของสำนักงานตามวรรคหนึ่งให้รวมถึง
(๑) เงินอุดหนุนจากมหาวิทยาลัย
(๒) เงินค่าขึ้นทะเบียนบัณฑิตตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด
(๓) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้สำนักงาน
(๔) รายได้จากการลงทุน การจัดทำกิจกรรม การให้บริการหรือการผลิตและจำหน่ายสินค้า
ที่มีเครื่องหมาย สัญลักษณ์ และตรามหาวิทยาลัย ภายใต้วัตถุประสงค์สำนักงาน รวมทั้งดอกผลที่ได้รับ
จากเงินได้นั้น
(๕) เงินได้จากข้อตกลงกับมหาวิทยาลัย สมาคม ชมรม กองทุน และมูลนิธิต่าง ๆ
(๖) รายได้หรือผลประโยชน์อื่น ๆ
ให้สำนักงานเก็บรายได้ไว้ใช้จ่ายได้ตามงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย
ตามข้อบังคับนี้ และนำส่งเป็นเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยโดยให้สำนักงานจัดส่งให้แก่มหาวิทยาลัยเป็นรายปีตามสัดส่วนและรอบระยะเวลาที่อธิการบดีกำหนดโดยออกเป็นประกาศมหาวิทยาลัย
ข้อ ๒๖ การจัดหารายได้ของสำนักงานต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์และภายใต้วัตถุประสงค์
ของสำนักงาน ในกรณีเงินรายได้ของสำนักงานที่ได้มาจากผู้อุทิศหรือบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์หรือเงื่อนไขเป็นการเฉพาะ ให้เป็นเงินรายได้ของสำนักงานและให้สำนักงานจัดการตามเงื่อนไขที่ผู้อุทิศหรือบริจาคกำหนดไว้ แต่หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของผู้อุทิศหรือบริจาคต้องได้รับความยินยอมจากผู้อุทิศ
หรือบริจาค หรือทายาท หากไม่มีทายาทหรือทายาทไม่ปรากฏต้องได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๒๗ การบริหารการเงิน งบประมาณ การบัญชี และการพัสดุ นอกจากที่กำหนดไว้ใน
ข้อบังคับนี้ ให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยการบริหารการเงิน งบประมาณ และการบัญชี
ในกรณีที่นำข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการบริหารการเงิน งบประมาณ
และการบัญชีมาใช้บังคับ ให้ผู้อำนวยการปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าส่วนงานทางการเงินตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการบริหารการเงิน งบประมาณ และการบัญชี และให้คณะกรรมการบริหารสำนักงานปฏิบัติหน้าที่เป็นคณะกรรมการประจำส่วนงานตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วย
การบริหารการเงิน งบประมาณ และการบัญชี
หมวด ๖
การบัญชีและการตรวจสอบ
ข้อ ๒๘ ให้สำนักงานจัดทำบัญชีเกี่ยวกับทรัพย์สินเพื่อแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของสำนักงานตามมาตรฐานทางการบัญชีที่รับรองทั่วไปตามรูปแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด
ข้อ ๒๙ ให้สำนักงานจัดให้มีการตรวจสอบการดำเนินกิจการและการเงินของสำนักงานตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารสำนักงานกำหนด
ให้ผู้ตรวจสอบตามวรรคหนึ่งจัดทำรายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อคณะกรรมการบริหารสำนักงาน และรายงานต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อทราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ ๓๐ เมื่อสิ้นปีงบประมาณให้สำนักงานจัดทำงบการเงินประจำปีส่งให้คณะกรรมการบริหารสำนักงานและอธิการบดีภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่มหาวิทยาลัยกำหนด
เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้สำนักงานจัดสรรงบการเงินรวมให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ตรวจสอบเพื่อแสดงความเห็นและนำเสนอรายงานการเงินที่ตรวจสอบแล้วพร้อมข้อสังเกตของผู้สอบบัญชี
รับอนุญาตซึ่งผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบของมหาวิทยาลัยแล้ว
ต่อสภามหาวิทยาลัยภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๓๑ ให้การดำเนินงานของสำนักงานที่ได้ดำเนินการตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยสำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ
เป็นการดำเนินงานที่มีผลผูกพันต่อไปจนกว่าจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยอาศัยอำนาจตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๓๒ ให้คณะกรรมการบริหารที่ได้รับการแต่งตั้งตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยสำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการบริหาร
ตามข้อบังคับนี้ต่อไปจนกว่าจะครบวาระ
ข้อ ๓๓ ให้ออกประกาศมหาวิทยาลัยหรือประกาศสำนักงานเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้
ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ
ในระหว่างที่ยังมิได้ออกประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้นำข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัยมาใช้บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๘
(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัย

