ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยการติดตามทวงหนี้ การผ่อนผันการชำระหนี้ และการจำหน่ายหนี้สูญ พ.ศ. ๒๕๖๘
…………………………………………………
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการติดตามทวงหนี้ การผ่อนผันการชำระหนี้ และการจำหน่ายหนี้สูญ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๒) และ (๔) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๘ สภามหาวิทยาลัยได้มีมติในการประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘ ให้ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการติดตามทวงหนี้
การผ่อนผันการชำระหนี้ และการจำหน่ายหนี้สูญ พ.ศ. ๒๕๖๘”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“หัวหน้าส่วนงาน” หมายความว่า คณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนักงาน หรือหัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
วิทยาลัย สถาบัน สำนักงานและให้หมายความรวมถึงผู้อำนวยการกองด้วย
“ส่วนงาน” หมายความว่า สำนักงาน คณะ วิทยาลัย สถาบัน หรือสำนัก และให้หมายความรวมถึงกองหรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักงาน คณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนัก
หรือกองที่เป็นส่วนงานเจ้าของเรื่องของการเกิดหนี้
“หนี้” หมายความว่า หนี้เงินที่มหาวิทยาลัยมีสิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหรือชดใช้
“ลูกหนี้” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ให้กับมหาวิทยาลัย
“การจำหน่ายหนี้สูญ” หมายความว่า การดำเนินการต่อหนี้ที่ไม่สามารถเรียกร้องได้หรือ
นำกลับคืนมาได้และได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยให้จำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้
ข้อ ๔ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้และให้มีอำนาจออกประกาศมหาวิทยาลัย
เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
หมวด ๑
การติดตามทวงหนี้
ข้อ ๕ การติดตามทวงหนี้ตามหมวดนี้ ได้แก่ การติดตามหนี้อันเกิดแก่การทำนิติกรรม
จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้ ละเมิด และหนี้อื่นตามกฎหมาย
การติดตามทวงหนี้อันเกิดจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ ให้ดำเนินการตามกฎหมาย
ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เว้นแต่กรณีกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่มิได้บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ ให้ดำเนินการตามข้อบังคับนี้
ข้อ ๖ เมื่อมีกรณีที่ต้องใช้สิทธิเรียกร้องให้ลูกหนี้ชำระหนี้กับมหาวิทยาลัย ให้ส่วนงานดำเนินการติดตามทวงหนี้เป็นลายลักษณ์อักษรจากลูกหนี้เพื่อแจ้งให้ลูกหนี้ชำระหนี้ให้แก่มหาวิทยาลัยภายในระยะเวลาไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ส่วนงานมีสิทธิเรียกร้อง
ให้หัวหน้าส่วนงานเป็นผู้มีอำนาจลงนามในหนังสือติดตามทวงหนี้ตามวรรคหนึ่ง โดยหนังสือติดตามทวงหนี้ต้องประกอบด้วยรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) มูลเหตุแห่งหนี้ เช่น การผิดสัญญาหรือพฤติการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อมหาวิทยาลัย
(๒) จำนวนเงินที่ต้องชำระหนี้
(๓) กำหนดระยะเวลาให้ลูกหนี้ชำระหนี้
(๔) สถานที่หรือวิธีการชำระหนี้
(๕) สิทธิอื่นที่มหาวิทยาลัยอาจเรียกร้องจากลูกหนี้ได้
ข้อ ๗ หลักเกณฑ์และวิธีการติดตามทวงหนี้ รวมถึงการมีและจัดส่งหนังสือติดตามทวงหนี้
ให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนดโดยออกเป็นประกาศมหาวิทยาลัย
ข้อ ๘ เมื่อครบกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ตามหนังสือติดตามทวงหนี้ที่ส่วนงานจัดส่งให้แก่
ลูกหนี้แล้ว ให้ส่วนงานตรวจสอบว่าได้มีการชำระหนี้ครบถ้วนหรือไม่ หากมีการชำระหนี้ครบถ้วน
ให้หัวหน้าส่วนงานยุติการดำเนินการติดตามทวงหนี้
หากลูกหนี้ยังมิได้ชำระหนี้หรือชำระหนี้แต่ไม่ครบถ้วน ให้ส่วนงานดำเนินการส่งเรื่องให้
กองนิติการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับลูกหนี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันพ้นกำหนดชำระหนี้
ตามหนังสือติดตามทวงหนี้ หรือในกรณีที่หนี้ใกล้ขาดอายุความหรือระยะเวลาการฟ้องคดี ให้ส่วนงานดำเนินการส่งเรื่องให้กองนิติการพิจารณาดำเนินการโดยด่วนที่สุด ทั้งนี้ ให้ส่งกองนิติการดำเนินการ
ก่อนขาดอายุความหรือระยะเวลาการฟ้องคดีไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ในการส่งเรื่องให้กองนิติการดำเนินการตามกฎหมาย ให้ส่วนงานจัดส่งรายงานสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมูลหนี้และการดำเนินการติดตามทวงหนี้พร้อมกับรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
หมวด ๒
การผ่อนผันการชำระหนี้
ข้อ ๙ การพิจารณาผ่อนผันการชำระหนี้ตามหมวดนี้มีได้แต่เฉพาะหนี้ที่ยังมิใช่หนี้
ตามคำพิพากษาถึงที่สุด และต้องมิใช่หนี้ที่เกิดจากการทุจริตของลูกหนี้
ในกรณีหนี้ซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุด หากลูกหนี้ประสงค์จะขอผ่อนผันการชำระหนี้ ให้ดำเนินการตามกระบวนการบังคับคดี
ข้อ ๑๐ หนี้ที่ขอผ่อนผันการชำระหนี้ได้ตามข้อ ๙ หากลูกหนี้มีพฤติการณ์อันสมควรหรือเหตุผลความจำเป็นอื่นทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ในคราวเดียวได้ทั้งหมด อธิการบดีอาจพิจารณาอนุมัติผ่อนผัน
การชำระหนี้ได้ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีมีจำนวนหนี้ไม่เกินหนึ่งล้านบาท ให้ลูกหนี้ผ่อนชำระให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา
ไม่เกินห้าปี โดยต้องผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือน
(๒) กรณีมีจำนวนหนี้เกินกว่าหนึ่งล้านบาท ให้ลูกหนี้ผ่อนชำระโดยมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๒.๑) ชำระหนี้ในวันทำสัญญาผ่อนผันการชำระหนี้เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของจำนวนหนี้ทั้งหมด
(๒.๒) ชำระหนี้ส่วนที่เหลือจาก (๒) (๒.๑) ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาไม่เกินสิบปี
โดยต้องผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือน ทั้งนี้ จำนวนเงินที่ผ่อนชำระต้องไม่น้อยกว่าปีละหนึ่งแสนบาท
ข้อ ๑๑ การผ่อนผันการชำระหนี้ตามข้อ ๑๐ ให้คิดดอกเบี้ยระหว่างการผ่อนชำระหนี้ในอัตราตามที่กฎหมายกำหนดของจำนวนหนี้ที่เหลืออยู่ นับแต่วันทำสัญญาผ่อนผันการชำระหนี้จนกว่าจะชำระเสร็จ
ข้อ ๑๒ ให้ลูกหนี้ที่ประสงค์จะขอผ่อนผันการชำระหนี้ยื่นคำขอต่อส่วนงานเพื่อพิจารณา
โดยในคำขออย่างน้อยต้องระบุพฤติการณ์อันสมควรหรือเหตุผลความจำเป็นที่จะขอผ่อนผันการชำระหนี้
และเงื่อนไขการชำระหนี้ที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑๐ พร้อมกับบุคคลที่น่าเชื่อถือเพื่อเป็นผู้ค้ำประกันตามหลักเกณฑ์ที่อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเงินกำหนดโดยออกเป็นประกาศมหาวิทยาลัย
เมื่อหัวหน้าส่วนงานพิจารณาแล้วเห็นว่าการขอผ่อนผันการชำระหนี้อยู่ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ ๑๐ ให้ส่งเรื่องให้กองนิติการตรวจสอบและเสนออธิการบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ
ในกรณีที่พิจารณาแล้วไม่อนุมัติให้ผ่อนผันการชำระหนี้ได้ ให้ส่วนงานแจ้งผลการพิจารณา
ให้ลูกหนี้ทราบและเรียกให้ชำระหนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็วต่อไป
ข้อ ๑๓ เมื่อได้รับอนุมัติให้ผ่อนผันการชำระหนี้ตามข้อ ๑๒ แล้ว ให้ลูกหนี้เข้าทำสัญญาผ่อนผันการชำระหนี้พร้อมกับจัดหาบุคคลที่เชื่อถือได้เข้าทำสัญญาค้ำประกัน
แบบสัญญาผ่อนผันการชำระหนี้และสัญญาค้ำประกันให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนด
โดยออกเป็นประกาศมหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นหรือเคยเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาที่ค้างหนี้เงินค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าบริการอื่น ๆ ที่มหาวิทยาลัยเรียกเก็บจากนักเรียนหรือนักศึกษาตามประกาศมหาวิทยาลัย
ที่เกี่ยวกับอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา อธิการบดีอาจพิจารณาผ่อนผันการชำระหนี้โดยยกเว้นดอกเบี้ย
เบี้ยปรับ ปลดหนี้บางส่วนซึ่งรวมแล้วไม่เกินร้อยละห้าสิบของยอดหนี้ทั้งหมด หรือโดยมีเงื่อนไขอย่างหนึ่ง
อย่างใดตามสมควรก็ได้ หากลูกหนี้มีพฤติการณ์อันสมควรหรือเหตุผลความจำเป็นที่แสดงว่าลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้จริงและการดำเนินคดีจะไม่เกิดประโยชน์
ให้ลูกหนี้ที่ประสงค์จะขอผ่อนผันการชำระหนี้ยื่นคำขอต่อส่วนงานเพื่อพิจารณาโดยในคำขอ
อย่างน้อยต้องระบุพฤติการณ์อันสมควรหรือเหตุผลความจำเป็นที่จะขอผ่อนผันการชำระหนี้
เมื่อหัวหน้าส่วนงานพิจารณาแล้วเห็นว่าการขอผ่อนผันการชำระหนี้อยู่ในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเรื่องให้กองนิติการตรวจสอบและเสนออธิการบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ
ในกรณีที่พิจารณาแล้วไม่อนุมัติให้ผ่อนผันการชำระหนี้ได้ ให้ส่วนงานแจ้งผลการพิจารณาให้ลูกหนี้ทราบและเรียกให้ชำระหนี้ให้แล้วเสร็จโดยเร็วต่อไป
ข้อ ๑๕ เมื่อได้รับอนุมัติให้ผ่อนผันการชำระหนี้ตามข้อ ๑๔ แล้ว ให้ลูกหนี้เข้าทำสัญญา
ผ่อนผันการชำระหนี้
แบบสัญญาผ่อนผันการชำระหนี้ ให้เป็นไปตามที่อธิการบดีกำหนดโดยออกเป็นประกาศมหาวิทยาลัย
ข้อ ๑๖ หากลูกหนี้ได้ทำสัญญาผ่อนผันการชำระหนี้ตามข้อ ๑๓ หรือ ข้อ ๑๕ แล้ว หากต่อมา
ผิดสัญญาผ่อนผันการชำระหนี้ ให้ส่วนงานส่งเรื่องให้กองนิติการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
และลูกหนี้ไม่อาจขอผ่อนผันชำระหนี้ตามข้อบังคับนี้ได้อีก
ข้อ ๑๗ ในกรณีที่มีพฤติการณ์อันสมควรหรือเหตุผลอันจำเป็นที่จะต้องมีการผ่อนผัน
การชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้นอกเหนือจากหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ข้อบังคับนี้ อธิการบดีอาจพิจารณาอนุมัติและเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาให้ความเห็นชอบ
ข้อ ๑๘ ในกรณีหนี้ซึ่งมีการยื่นฟ้องคดีไว้ต่อศาลแล้ว หากลูกหนี้ขอประนีประนอมยอมความ
หรือขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการผ่อนผันการชำระหนี้
ตามข้อบังคับนี้ เมื่ออธิการบดีอนุมัติตามข้อ ๑๒ หรือข้อ ๑๔ หรือเมื่ออธิการบดีอนุมัติและสภามหาวิทยาลัย
ให้ความเห็นชอบแล้วตามข้อ ๑๗ แล้วแต่กรณี ให้ทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาล
และขอให้ศาลพิจารณามีคำพิพากษาตามยอมหรือในกรณีที่เป็นคดีปกครองให้ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
หมวด ๓
การจำหน่ายหนี้สูญ
ข้อ ๑๙ หนี้สูญที่ส่วนงานหรือมหาวิทยาลัยจะจำหน่ายจากบัญชีลูกหนี้ต้องเป็นหนี้ที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีเป็นหนี้ที่ยังไม่ขาดอายุความหรือระยะเวลาการฟ้องลูกหนี้เป็นคดี หรือยังไม่พ้นระยะเวลาการบังคับคดี หรือยังไม่พ้นระยะเวลาการใช้มาตรการทางปกครอง
(๑.๑) หนี้ที่ได้ใช้สิทธิเรียกร้องโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แล้ว หรือไม่มีทาง
ที่จะได้รับชำระหนี้แล้ว หรือเมื่อดำเนินคดีกับลูกหนี้แล้วจะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่คุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ
(๑.๒) หนี้ซึ่งพฤติการณ์ไม่อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้
(๒) กรณีเป็นหนี้ที่ขาดอายุความหรือพ้นระยะเวลาการฟ้องลูกหนี้เป็นคดี หรือพ้นระยะเวลา
การใช้มาตรการทางปกครองแล้ว ต้องมีเหตุผลความจำเป็นตามสมควรที่จะไม่ดำเนินคดีหรือบังคับคดีกับลูกหนี้หรือบังคับใช้มาตรการทางปกครอง
ข้อ ๒๐ การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ ในกรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนไม่เกิน
หนึ่งแสนบาท ต้องเป็นหนี้ที่ได้ดำเนินการตามข้อ ๖ และข้อ ๘ วรรคสอง แล้ว
ข้อ ๒๑ การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ ในกรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนเกินกว่า หนึ่งแสนบาท นอกจากจะต้องดำเนินการตามข้อ ๖ และข้อ ๘ วรรคสอง แล้ว จะต้องดำเนินการอย่างใด
อย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อได้ติดตามทวงถามหนี้เป็นลายลักษณ์อักษรตามสมควรเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้
อย่างน้อยสองครั้ง แต่มหาวิทยาลัยหรือส่วนงานมิได้รับชำระหนี้โดยปรากฏหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรว่า
(๑.๑) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญไป และไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชำระหนี้ได้
(๑.๒) ลูกหนี้เลิกกิจการและมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมด
ของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้
(๒) ได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ในคดีและศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องนั้นแล้ว หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นยื่นฟ้องในคดี และในกรณีนั้น ๆ ได้มีคำบังคับหรือคำสั่งของศาลแล้ว
แต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชำระหนี้ได้
(๓) ได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย และในกรณีนั้น ๆ ได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น หรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สิน
ของลูกหนี้ครั้งแรกแล้ว
ข้อ ๒๒ ในการพิจารณาดำเนินการจำหน่ายหนี้สูญ ให้ส่วนงานจัดทำเอกสารการขอจำหน่ายหนี้สูญของลูกหนี้ส่งให้กองนิติการ โดยเอกสารต้องประกอบด้วยรายการ ดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดที่มาของมูลหนี้
(๒) จำนวนหนี้ที่ขออนุมัติจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชี
(๓) เหตุผลในการขอจำหน่ายหนี้สูญ
(๔) หลักฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือติดตามทวงถามหนี้ การดำเนินคดี การสืบหาทรัพย์สิน
การบังคับคดี การใช้มาตรบังคับทางปกครอง
ข้อ ๒๓ เมื่อกองนิติการได้รับเอกสารตามข้อ ๒๒ หากกองนิติการพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นไปตามเงื่อนไขในการจำหน่ายหนี้สูญตามข้อบังคับนี้ ให้กองนิติการเสนอให้อธิการบดีพิจารณาเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการการเงินเพื่อพิจารณากลั่นกรอง หากคณะกรรมการการเงินพิจารณาแล้วเห็นว่าสมควรจำหน่ายหนี้สูญ ให้เสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติ
ข้อ ๒๔ กรณีสภามหาวิทยาลัยมีมติไม่อนุมัติให้จำหน่ายหนี้สูญ ให้ส่วนงานจัดทำสรุปข้อเท็จจริงพร้อมกับรวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องจัดส่งให้กองนิติการเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
ข้อ ๒๕ วิธีปฏิบัติทางการบัญชีในการจำหน่ายหนี้สูญให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการบริหารการเงิน งบประมาณ และการบัญชี
ข้อ ๒๖ ให้กองนิติการดำเนินการสรุปผลการดำเนินการติดตามทวงหนี้ และการผ่อนผันการชำระหนี้และให้กองคลังสรุปผลการดำเนินการเกี่ยวกับการจำหน่ายหนี้สูญตามข้อบังคับนี้ รายงานต่อคณะกรรมการการเงินเพื่อทราบภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ
ประกาศ ณ วันที่ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘
(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัย

