ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยการบริหารเงินลงทุนจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๘
…………………………………………………
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการบริหารเงินลงทุนจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๔) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พ.ศ. ๒๕๕๘ สภามหาวิทยาลัยได้มีมติในการประชุม ครั้งที่ ๖/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๘
ให้ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการบริหารเงินลงทุน
จากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๘”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้
“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“ส่วนงาน” หมายความว่า ส่วนงานตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการจัดตั้ง
และการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัย
“คณะกรรมการประจำส่วนงาน” หมายความว่า คณะกรรมการประจำคณะ วิทยาลัย สถาบัน สำนักหรือส่วนงานที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ วิทยาลัย สถาบันหรือสำนัก และให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการอำนวยการสำนักงาน คณะกรรมการอำนวยการ หรือคณะกรรมการบริหารของส่วนงาน
หรือโครงการที่ได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนงานที่มีเงินรายได้ของส่วนงาน
“หัวหน้าส่วนงาน” หมายความว่า คณบดี ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนักงาน หัวหน้าส่วนงานที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักงาน คณะ วิทยาลัย สถาบันหรือสำนัก และให้หมายความรวมถึงรองอธิการบดีที่กำกับดูแลส่วนงานหรือหัวหน้าส่วนงานหรือหัวหน้าโครงการที่ได้รับการกำหนดให้เป็นส่วนงานที่มีเงินรายได้ของส่วนงาน
“คณะกรรมการการเงิน” หมายความว่า คณะกรรมการการเงินของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“คณะกรรมการบริหารเงินลงทุน” หมายความว่า คณะกรรมการบริหารเงินลงทุนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“บริษัทหลักทรัพย์” หมายความว่า สถาบันการเงินหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
“เงินลงทุน” หมายความว่า เงินที่มหาวิทยาลัยหรือส่วนงานในมหาวิทยาลัยจัดสรรไปลงทุนเพื่อให้เกิดผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ย เงินปันผล หรือกำไรจากส่วนต่างของราคาสินทรัพย์
ข้อ ๔ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้และให้มีอำนาจออกประกาศมหาวิทยาลัย
เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้
หมวด ๑
บททั่วไป
ข้อ ๕ ให้มีคณะกรรมการบริหารเงินลงทุนที่คณะกรรมการการเงินแต่งตั้ง ประกอบด้วย
(๑) รองอธิการบดีที่กำกับดูแลงานด้านการคลัง เป็นประธานกรรมการ
(๒) ผู้ช่วยอธิการบดีที่กำกับดูแลงานด้านการคลัง เป็นรองประธานกรรมการ
(๓) ผู้อำนวยการกองคลัง เป็นกรรมการ
(๔) ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการเงินหรือการลงทุน จำนวนตั้งแต่สามคน แต่ไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ
ให้หัวหน้างานการเงิน เป็นกรรมการและเลขานุการ
หัวหน้างานการเงินจะแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในสังกัดกองคลังจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้
ข้อ ๖ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำ
โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๕) อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเงินให้พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
ข้อ ๗ ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเหลืออยู่ไม่ถึง
เก้าสิบวันจะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการบริหารเงินลงทุนประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๘ คณะกรรมการบริหารเงินลงทุนมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) เสนอนโยบายและข้อจำกัดในการบริหารเงินลงทุนต่อคณะกรรมการการเงินเพื่อพิจารณา
และนำเสนอสภามหาวิทยาลัย
(๒) จัดทำกรอบและนโยบายการลงทุน รวมทั้งข้อกำหนดการลงทุน สำหรับการลงทุนโดยบริษัทหลักทรัพย์ตามข้อบังคับนี้ และเสนอต่อคณะกรรมการการเงินเพื่อพิจารณาอนุมัติ
(๓) อนุมัติและกำกับดูแลการบริหารเงินลงทุนภายใต้กรอบและนโยบายการลงทุน
รวมทั้งข้อกำหนดการลงทุนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการเงินและเป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบ
และประกาศของมหาวิทยาลัย
(๔) มอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์จัดหาผลประโยชน์ของเงินลงทุน
(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกบริษัทหลักทรัพย์และผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน (custodian)
(๖) ประเมินและรายงานผลการบริหารเงินลงทุนต่อคณะกรรมการการเงินไตรมาสละหนึ่งครั้ง
(๗) ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเงินลงทุนของมหาวิทยาลัยตามที่คณะกรรมการการเงิน อธิการบดี และสภามหาวิทยาลัยมอบหมาย
ข้อ ๙ เพื่อให้การจัดหาผลประโยชน์จากเงินลงทุนมีประสิทธิผลและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดหาผลประโยชน์จากเงินลงทุนของมหาวิทยาลัยและส่วนงาน ให้จำแนกเงินลงทุนเป็นสองกลุ่ม ดังต่อไปนี้
(๑) เงินลงทุนที่มหาวิทยาลัยและส่วนงานจัดหาผลประโยชน์เอง
(๒) เงินลงทุนที่มหาวิทยาลัยมอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์บริหารจัดการเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของวงเงินลงทุนทั้งหมด แต่ไม่เกินร้อยละ ๓๕ ของวงเงินลงทุนทั้งหมด
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินลงทุนตามวรรคหนึ่งต้องได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย
ในกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนอาจขออนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยเพื่อเปลี่ยนแปลงวงเงินตาม (๒) ได้
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่ส่วนงานมีเงินลงทุนตั้งแต่หนึ่งร้อยล้านบาทขึ้นไป ให้ส่วนงานแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเงินลงทุนของส่วนงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำส่วนงาน
และให้รายงานให้อธิการบดีทราบ
คณะกรรมการบริหารเงินลงทุนของส่วนงานตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณาบริหารเงินลงทุนจากเงินรายได้ของส่วนงานตามข้อบังคับนี้
หมวด ๒
การลงทุนของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงาน
ข้อ ๑๑ ในการจัดหาผลประโยชน์จากเงินลงทุน มหาวิทยาลัยหรือส่วนงานอาจลงทุนได้ดังต่อไปนี้
(๑) ลงทุนในตราสารเงิน ได้แก่ เงินฝาก บัตรเงินฝาก ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินจากธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินหรือสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
(๒) การลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ได้แก่
(ก) ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
(ข) พันธบัตร ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นกู้ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
ทั้งนี้ ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ออก สั่งจ่าย รับรอง อาวัล และค้ำประกัน
(ค) พันธบัตรหรือตราสารแห่งรัฐวิสาหกิจหรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นที่มีระดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ระดับ A ขึ้นไปซึ่งเป็นการจัดระดับโดยสถาบันการจัดระดับความน่าเชื่อถือ
ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยอมรับ
(ง) ตั๋วแลกเงิน หรือตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีระดับความน่าเชื่อถือ (credit rating)
ระดับ A ขึ้นไปซึ่งเป็นการจัดระดับโดยสถาบันการจัดระดับความน่าเชื่อถือที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยอมรับ
(จ) หุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีระดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ระดับ A ขึ้นไปซึ่งเป็นการจัดระดับโดยสถาบันการจัดระดับความน่าเชื่อถือที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยอมรับ ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวต้องไม่ใช่หุ้นกู้ด้อยสิทธิ หุ้นกู้แปลงสภาพ
หรือหุ้นกู้ประเภทที่ไม่มีการกำหนดวันไถ่ถอนหรือวันหมดอายุ (perpetual bond) เว้นแต่จะได้รับการค้ำประกันเงินต้นจากรัฐบาล กระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทย
(๓) การลงทุนในรูปแบบอื่นตามที่อธิการบดีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการเงิน
ข้อ ๑๒ การลงทุนโดยมหาวิทยาลัยและส่วนงานตามข้อ ๑๑ (๑) ให้เป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) การฝากเงินหรือการลงทุนกับสถาบันการเงินรวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของวงเงินลงทุนทั้งหมด โดยลงทุนในสถาบันการเงินแต่ละแห่งได้ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินลงทุนทั้งหมด
(๒) การฝากเงินหรือการลงทุนกับสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของวงเงินลงทุนทั้งหมด
หากการฝากเงินหรือการลงทุนไม่เป็นไปตามสัดส่วนที่กำหนด ให้แก้ไขให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ภายในไตรมาสถัดไป เว้นแต่การแก้ไขดังกล่าวจะทำให้เสียผลประโยชน์ จะคงการฝากเงินหรือการลงทุนไว้จนกว่าจะครบกำหนดก็ได้
เงินฝากประเภทออมทรัพย์ควรมีไว้สำหรับใช้หมุนเวียนในการบริหารงานไม่เกิน ๓ เดือน
หรือไม่ควรเกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินลงทุนทั้งหมด
ข้อ ๑๓ การลงทุนโดยมหาวิทยาลัยหรือส่วนงาน ตามข้อ ๑๑ (๒) ให้เป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) การลงทุนในข้อ ๑๑ (๒) (ก) และ (ข) กระทำได้โดยไม่มีข้อจำกัด
(๒) การลงทุนในข้อ ๑๑ (๒) (ค) รวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของวงเงินลงทุน และลงทุนกับ
ผู้ออกตราสารรายใดรายหนึ่งไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินลงทุน
(๓) การลงทุนในข้อ ๑๑ (๒) (ง) รวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของวงเงินลงทุน และลงทุนกับ
ผู้ออกตราสารรายใดรายหนึ่งไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินลงทุน
(๔) การลงทุนในข้อ ๑๑ (๒) (จ) รวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของวงเงินลงทุน และลงทุนกับ
ผู้ออกตราสารรายใดรายหนึ่งไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินลงทุน
การลงทุนตามวรรคหนึ่งให้พิจารณาถึงการกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน
ที่กระจุกตัว (concentration risk) ประกอบด้วย
ในกรณีที่ประสงค์จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนตามวรรคหนึ่ง จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการเงินก่อน
หมวด ๓
การลงทุนโดยบริษัทหลักทรัพย์
ข้อ ๑๔ คณะกรรมการบริหารเงินลงทุนอาจมอบหมายให้บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้จัดการ
หาผลประโยชน์ของเงินลงทุน ภายใต้นโยบายการลงทุนและข้อกำหนดการลงทุนที่ได้รับอนุมัติ
จากคณะกรรมการการเงินและต้องกำหนดไว้ในสัญญาจ้างบริหารกองทุนแต่ละประเภท
การจัดทำนโยบายการลงทุนและข้อกำหนดการลงทุนตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์
เกี่ยวกับการลงทุน ระยะเวลาการลงทุน ผลตอบแทนที่คาดหวัง ความต้องการด้านสภาพคล่อง
และเงื่อนไขในการรับประโยชน์
ข้อ ๑๕ ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกบริษัทหลักทรัพย์และผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน
ตามข้อ ๘ (๕) จัดทำข้อกำหนดโครงการ (Terms of Reference) ในการคัดเลือกบริษัทหลักทรัพย์และผู้เก็บรักษาทรัพย์สินตามนโยบายการลงทุนและข้อกำหนดการลงทุนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการเงินแล้วเสนอให้คณะกรรมการบริหารเงินลงทุนอนุมัติ
เมื่อได้รับอนุมัติข้อกำหนดโครงการแล้ว ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาคัดเลือกบริษัทหลักทรัพย์และผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน ดำเนินการคัดเลือกบริษัทหลักทรัพย์และผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน และเสนอผล
การคัดเลือกต่อคณะกรรมการบริหารเงินลงทุนและคณะกรรมการการเงินเพื่อพิจารณาอนุมัติ
การคัดเลือกตามวรรคสองให้คำนึงถึงคุณสมบัติ ความพร้อมและความเชี่ยวชาญของผู้บริหาร
และบุคลากร ความน่าเชื่อถือ ระบบควบคุมภายใน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และประมาณการผลประโยชน์ที่จะได้รับ
ข้อ ๑๖ ในการจัดหาผลประโยชน์บริษัทหลักทรัพย์อาจลงทุนได้ ดังต่อไปนี้
(๑) ลงทุนในตราสารเงิน ได้แก่ เงินฝาก บัตรเงินฝาก ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินจากธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินหรือสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
(๒) การลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ได้แก่
(ก) ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
(ข) พันธบัตร ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นกู้ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้
ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ออก สั่งจ่าย รับรอง อาวัล และค้ำประกัน
(ค) พันธบัตรหรือตราสารแห่งรัฐวิสาหกิจหรือนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นที่มีระดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ระดับ A ขึ้นไปซึ่งเป็นการจัดระดับโดยสถาบันการจัดระดับความน่าเชื่อถือ
ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยอมรับ
(ง) ตั๋วแลกเงิน หรือตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีระดับความน่าเชื่อถือ (credit rating)
ระดับ A ขึ้นไปซึ่งเป็นการจัดระดับโดยสถาบันการจัดระดับความน่าเชื่อถือที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยอมรับ
(จ) หุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหุ้นกู้ที่ออก
โดยบริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีระดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ระดับ A- ขึ้นไปซึ่งเป็นการจัดระดับโดยสถาบันการจัดระดับความน่าเชื่อถือที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ยอมรับ ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวต้องไม่ใช่หุ้นกู้ด้อยสิทธิ หุ้นกู้แปลงสภาพ
หรือหุ้นกู้ประเภทที่ไม่มีการกำหนดวันไถ่ถอนหรือวันหมดอายุ (perpetual bond) เว้นแต่จะได้รับการค้ำประกันเงินต้นจากรัฐบาล กระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทย
(๓) ลงทุนในตราสารทุน ได้แก่
(ก) หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญบริษัทที่จดทะเบียน
ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
(ข) หน่วยทุนหรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุน
หรือของกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนเฉพาะเงินฝากและตราสารทุน
(๔) ลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน ในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
(๕) ลงทุนในต่างประเทศ ได้แก่
(ก) ตราสารหนี้ภาครัฐต่างประเทศ ซึ่งเป็นตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิที่รัฐบาลต่างประเทศ องค์กรหรือหน่วยงานรัฐบาลต่างประเทศ รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ
ที่ได้รับการจัดระดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่าประเทศไทย
(ข) ตราสารทุนต่างประเทศ ได้แก่ หุ้นสามัญที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ หรือศูนย์
ซื้อขายหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้และเป็นสมาชิกขององค์กรคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ระหว่างประเทศ (International Organizations of Securities Commission) หรือหุ้นสามัญที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์ตลาดหลักทรัพย์โลก (World Federation of Exchanges)
(ค) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้และเป็นสมาชิกขององค์กรคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ระหว่างประเทศ (International Organizations of Securities Commission) หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์ตลาดหลักทรัพย์โลก (World Federation of Exchanges)
(๖) ลงทุนในหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศ
และต่างประเทศที่มีระดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ตั้งแต่ระดับ A ขึ้นไป
(๗) การลงทุนในรูปแบบอื่นตามที่อธิการบดีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการเงิน
ข้อ ๑๗ กรอบการลงทุนสำหรับเงินลงทุนที่มหาวิทยาลัยหรือส่วนงานมอบหมายให้
บริษัทหลักทรัพย์ มีดังต่อไปนี้
(๑) การลงทุนตามข้อ ๑๖ (๑) และ (๒) ให้ทำได้ในกรณีที่เป็นการลงทุนเพื่อวัตถุประสงค์
ให้เกิดสภาพคล่องหรือเกิดประโยชน์ในการลงทุนในระหว่างการลงทุนในหลักทรัพย์อื่นที่ยังไม่ถึงกำหนด
(๒) การลงทุนในหน่วยลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในข้อ ๑๖ (๒) (ก) ให้ลงทุน
ในหน่วยลงทุนที่มีอายุไม่เกิน ๑๒ เดือน และสามารถลงทุนโดยไม่มีข้อจำกัด
(๓) การลงทุนตามข้อ ๑๖ (๒) (ข) (ค) (ง) และ (จ) รวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และลงทุนกับผู้ออกตราสารรายใดรายหนึ่งไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของมูลค่า
ทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
(๔) การลงทุนตามข้อ ๑๖ (๓) ให้ลงทุนได้เฉพาะในกลุ่มหุ้นที่ใช้ในการคำนวณดัชนีราคาหุ้นหลัก ได้แก่ SET 100 Index รวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แต่หากเป็น
การลงทุนในหุ้นที่อยู่นอกเหนือหุ้นที่ใช้ในการคำนวณดัชนีราคาหุ้นหลักข้างต้น ให้ลงทุนได้โดยรวมแล้วไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของมูลค่าลงทุนทั้งหมดในตราสารทุน และบริษัทหลักทรัพย์ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการเงินก่อนดำเนินการ โดยบริษัทหลักทรัพย์ต้องแสดงเหตุผลและข้อมูลสนับสนุนประกอบการพิจารณา
การเลือกลงทุนในกลุ่มหุ้นที่ลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนและข้อกำหนดการลงทุนที่คณะกรรมการการเงินพิจารณาอนุมัติ
(๕) การลงทุนตามข้อ ๑๖ (๔) ให้ลงทุนได้โดยรวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์ไม่เกินร้อยละ ๕ ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
(๖) การลงทุนตามข้อ ๑๖ (๕) ถึง (๖) ให้ลงทุนได้โดยรวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ ๑๐
ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์ไม่เกินร้อยละ ๕ ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
ของกองทุน
ทั้งนี้ การลงทุนตามข้อ ๑๖ (๕) (ข) และ (ค) ต้องเป็นการลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุน
ในต่างประเทศ (Fund of Funds) เท่านั้น
(๗) การลงทุนในต่างประเทศตามข้อ ๑๖ (๕) ถึง (๖) อาจจัดให้มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการเงิน และต้องกำหนดไว้ในสัญญาจ้างบริหารกองทุน
ส่วนบุคคลแต่ละประเภท
การแก้ไขกรอบการลงทุนตามวรรคหนึ่งต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการการเงิน
ข้อ ๑๘ ให้คณะกรรมการบริหารเงินลงทุนเป็นผู้พิจารณานำเงินรายได้ส่วนกลางของมหาวิทยาลัยและเงินรายได้ของส่วนงานไปลงทุนโดยบริษัทหลักทรัพย์ตามหมวด ๓ ในนามของมหาวิทยาลัยและส่วนงาน
ห้ามมิให้ส่วนงานไปลงทุนกับบริษัทหลักทรัพย์เอง ในกรณีที่ส่วนงานใดประสงค์จะลงทุน
ในบริษัทหลักทรัพย์ ให้ส่วนงานขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการประจำส่วนงานเพื่อนำเงินมาให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้ลงทุนให้ โดยมหาวิทยาลัยจัดสรรผลประโยชน์ตามสัดส่วนที่ได้ให้แก่ส่วนงาน
หมวด ๔
การควบคุมดูแล
ข้อ ๑๙ ให้ส่วนงานรายงานฐานะเงินลงทุนต่ออธิการบดี ณ วันสิ้นไตรมาสตามปีงบประมาณ
โดยเปรียบเทียบไตรมาสปัจจุบันกับไตรมาสก่อนภายในวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดไปจากที่ครบรอบระยะเวลา
และให้อธิการบดีรายงานต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อทราบ
ข้อ ๒๐ คณะกรรมการการเงิน คณะกรรมการบริหารเงินลงทุนของมหาวิทยาลัย
หรือคณะกรรมการประจำส่วนงาน ไม่ต้องรับผิดในการใช้จ่ายการลงทุนหรือความเสียหายใด ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับนี้ เว้นแต่จะได้กระทำการนั้นโดยจงใจ ทุจริต หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๒๑ การบริหารเงินลงทุนที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อนข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการตามข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ มติ หรือหลักเกณฑ์เดิมต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้น
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัย

