ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๖๘
…………………………………………………
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๒) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๘ สภามหาวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๖๘ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๘ จึงเห็นชอบให้ออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๖๘ ”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
(1) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๖๑
(๒) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. ๒๕๖๑
(๓) ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี (ฉบับที่ 3)
พ.ศ. ๒๕๖4
ข้อ ๔ ในข้อบังคับนี้
“มหาวิทยาลัย” หมายความว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“สภามหาวิทยาลัย” หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“อธิการบดี” หมายความว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“คณะ” ให้หมายความรวมถึงวิทยาลัย สถาบัน หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นของมหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษาระดับปริญญาตรี
“คณบดี” ให้หมายความรวมถึงผู้อำนวยการสถาบัน หรือหัวหน้าส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ที่จัดการศึกษาระดับปริญญาตรี
“คณะกรรมการประจำคณะ” ให้หมายความรวมถึงคณะกรรมการประจำวิทยาลัย สถาบัน
หรือส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่จัดการศึกษาระดับปริญญาตรี
“หลักสูตร” หมายความว่า หลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัย
และให้หมายความรวมถึงหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาตรีควบปริญญาโทในส่วนที่เป็นการศึกษา
ระดับปริญญาตรีด้วย
“ภาคการศึกษา” หมายความว่า ภาคการศึกษาในระบบทวิภาคหรือในระบบไตรภาค แต่ไม่รวมภาคฤดูร้อน
“สถาบันอุดมศึกษาอื่น” หมายความว่า มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมายของไทยที่มีมาตรฐานและมหาวิทยาลัยรับรอง หรือเป็นมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของต่างประเทศ
“ข้อกำหนดหลักสูตร” หมายความว่า ข้อกำหนดที่ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการศึกษา
ของหลักสูตรตามที่ได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย
“นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานทะเบียนนักศึกษา
“การจัดการศึกษาแบบรายปี” หมายความว่า การจัดการศึกษาตามระบบของมหาวิทยาลัยที่มีการลงทะเบียนเรียนครั้งเดียวตลอดปีการศึกษา ภายใต้เงื่อนไขว่าหลักสูตรที่กำหนดให้มีวิชาฝึกปฏิบัติในชั้นปีสุดท้ายนั้นต้องมีจำนวนรายวิชาลงทะเบียนตั้งแต่หกรายวิชาขึ้นไป หรือมีจำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียนรวม สิบแปดหน่วยกิตขึ้นไป และมีข้อจำกัดเรื่องแหล่งฝึกงานที่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่ต้องรองรับหลักสูตรหรือเป็นหลักสูตรที่มีการศึกษาและฝึกปฏิบัติที่แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มหมุนเวียนกันไปในแต่ละรายวิชา โดยมีระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามสิบสัปดาห์และไม่เกินสามสิบหกสัปดาห์ และมีระยะเวลาเริ่มต้นการศึกษา ระยะเวลาการศึกษา และการสิ้นสุดการศึกษาตามปฏิทินการศึกษามหาวิทยาลัย
“การเทียบโอนรายวิชาและหน่วยกิต” หมายความว่า การเทียบโอนรายวิชาสำหรับการศึกษา
ในระบบในกรณีที่นักศึกษาได้ศึกษารายวิชามาจากสถาบันอุดมศึกษาอื่น
“การเทียบโอนความรู้” หมายความว่า การนำความรู้จากการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย หรือการฝึกปฏิบัติงานในสถานประกอบการที่มีการลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมาเทียบโอนเป็นรายวิชาและหน่วยกิตของหลักสูตร
“การศึกษานอกระบบ” หมายความว่า การศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมายรูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมิน ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม
“การศึกษาตามอัธยาศัย” หมายความว่า การศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเอง
ตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม
สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น
“การปฏิบัติงานในสถานประกอบการ” หมายความว่า การศึกษาในลักษณะการเรียนรู้
จากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการที่มีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานอื่นที่มีการลงนามความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย
ข้อ ๕ ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้และให้มีอำนาจออกประกาศของมหาวิทยาลัยเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ได้
หมวด ๑
ระบบการจัดการศึกษาและอาจารย์ที่ปรึกษา
ข้อ ๖ มหาวิทยาลัยจัดการศึกษาด้วยหลักการประสานงานด้านวิชาการระหว่างคณะคณะใด มีหน้าที่จัดการศึกษาในวิชาการด้านใดให้จัดการศึกษาในวิชาการด้านนั้นแก่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยทุกคณะ เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลอันสมควรและได้รับความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย
ข้อ ๗ การจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยมีสองระบบ ดังต่อไปนี้
(๑) ระบบทวิภาคเป็นการจัดการศึกษาที่หนึ่งปีการศึกษามีสองภาคการศึกษา คือ ภาคการศึกษาที่หนึ่งและภาคการศึกษาที่สองและอาจมีภาคฤดูร้อนต่อจากภาคการศึกษาที่สองด้วยก็ได้
(๒) ระบบไตรภาคเป็นการจัดการศึกษาที่หนึ่งปีการศึกษามีสามภาคการศึกษา คือ ภาคการศึกษาที่หนึ่งภาคการศึกษาที่สองและภาคการศึกษาที่สาม
การจัดการศึกษาตามวรรคหนึ่งอาจจัดการศึกษาแบบรายปี
การจัดการศึกษาตามวรรคหนึ่งอาจออกแบบวิธีการเรียนการสอนโดยแบ่งช่วงการศึกษาตามหัวข้อการศึกษาที่มีปริมาณการเรียนรู้เทียบเท่าระบบทวิภาคหรือระบบไตรภาคแล้วแต่กรณี
หลักสูตรการศึกษาใดจะจัดการศึกษาในระบบตามวรรคหนึ่งให้เป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
ข้อ ๘ ระบบทวิภาคในภาคการศึกษาให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าสัปดาห์ และในภาคฤดูร้อนให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกสัปดาห์ แต่ให้เพิ่มชั่วโมงการศึกษาในแต่ละรายวิชาให้เท่ากับภาคการศึกษา
ระบบไตรภาคในภาคการศึกษาให้มีระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบสองสัปดาห์และไม่เกินสิบสี่สัปดาห์
ในแต่ละรายวิชาที่เปิดสอนอาจใช้ระยะเวลาศึกษาแตกต่างจากวรรคหนึ่งหรือวรรคสองก็ได้ แต่ต้องมีปริมาณการศึกษาต่อหนึ่งหน่วยกิตไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ ๙
ข้อ ๙ หน่วยกิตของรายวิชาในหลักสูตรให้คำนวณตามปริมาณการศึกษาโดยหนึ่งหน่วยกิตเท่ากับปริมาณการศึกษา ดังต่อไปนี้
(๑) ระบบทวิภาค
(๑.๑) ในรายวิชาภาคทฤษฎีให้มีเวลาการบรรยายหรือการอภิปรายปัญหาไม่น้อยกว่า
หนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือไม่น้อยกว่าสิบห้าชั่วโมงต่อภาคการศึกษา
(๑.๒) ในรายวิชาภาคปฏิบัติให้มีเวลาฝึกหรือทดลองไม่น้อยกว่าสองชั่วโมงต่อสัปดาห์
หรือไม่น้อยกว่าสามสิบชั่วโมงต่อภาคการศึกษา
(๑.๓) การฝึกงานหรือการฝึกภาคสนามให้มีเวลาฝึกไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อสัปดาห์
หรือไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าชั่วโมงต่อภาคการศึกษา
(๑.๔) การทำโครงงานหรือกิจกรรมการเรียนอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายให้มีเวลาทำโครงงาน หรือกิจกรรมไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าชั่วโมงต่อภาคการศึกษา
(๒) ระบบไตรภาค
(๒.๑) ในรายวิชาภาคทฤษฎีให้มีเวลาการบรรยายหรือการอภิปรายปัญหาไม่น้อยกว่า
หนึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือไม่น้อยกว่าสิบสองชั่วโมงต่อภาคการศึกษา
(๒.๒) ในรายวิชาภาคปฏิบัติให้มีเวลาฝึกหรือทดลองไม่น้อยกว่าสองชั่วโมงต่อสัปดาห์
หรือไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงต่อภาคการศึกษา
(๒.๓) การฝึกงานหรือการฝึกภาคสนามให้มีเวลาฝึกไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อสัปดาห์
หรือไม่น้อยกว่าสามสิบหกชั่วโมงต่อภาคการศึกษา
(๒.๔) การทำโครงงานหรือกิจกรรมการเรียนอื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายให้มีเวลาทำโครงงานหรือกิจกรรมไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือไม่น้อยกว่าสามสิบหกชั่วโมงต่อภาคการศึกษา
ข้อ ๑๐ การกำหนดจำนวนหน่วยกิตรวมของหลักสูตรให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) หลักสูตรปริญญาตรี (สี่ปี) ระบบทวิภาคต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบหน่วยกิต หรือระบบไตรภาคต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบหน่วยกิต
(๒) หลักสูตรปริญญาตรี (หกปี) ระบบทวิภาคต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบหน่วยกิต หรือระบบไตรภาคต้องไม่น้อยกว่าสองร้อยยี่สิบห้าหน่วยกิต
ข้อ ๑๑ ระยะเวลาที่ใช้ศึกษาสูงสุดต้องไม่เกินสองเท่าของระยะเวลาการศึกษาของหลักสูตร
หากต้องการกำหนดระยะเวลาการศึกษาไว้น้อยกว่าหรือมากกว่า ต้องได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยและกำหนดไว้ในข้อกำหนดหลักสูตร
นักศึกษาที่ใช้เวลาศึกษาเกินกว่าสองเท่าของระยะเวลาการศึกษาของหลักสูตรหรือเกินกว่าระยะเวลาตามข้อกำหนดหลักสูตรต้องถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา
ข้อ ๑๒ คณะต้องกำหนดให้นักศึกษามีอาจารย์ที่ปรึกษาเพื่อทำหน้าที่แนะนำ ให้คำปรึกษา
ให้ความเห็นชอบ หรืออนุญาตในการวางแผนการเรียน การลงทะเบียนเรียน การเพิ่มและการถอนรายวิชาของนักศึกษา การย้ายหลักสูตร การลาพักการศึกษา การลาออก และการดำเนินการอื่นเพื่อดูแลความประพฤติและการติดตามผลการเรียนของนักศึกษา
หมวด ๒
การรับเข้าศึกษา
ข้อ ๑๓ การรับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยอาจมีดังต่อไปนี้
(๑) การรับเข้าโดยการดำเนินการของมหาวิทยาลัยตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกเข้าศึกษา
ที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดหลักสูตร
(๒) การรับเข้าโดยส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นโดยดำเนินการตามการมอบหมายของมหาวิทยาลัยหรือตามข้อตกลงซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การคัดเลือกเข้าศึกษาที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดหลักสูตร ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความเสมอภาคทางการศึกษา
หลักเกณฑ์และวิธีการรับเข้าตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่อธิการบดีโดยความเห็นชอบของ
สภามหาวิทยาลัยประกาศกำหนด
ข้อ ๑๔ นักศึกษามหาวิทยาลัยต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
(๒) ไม่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่น เว้นแต่การศึกษาในมหาวิทยาลัยเปิด หรือการศึกษาหลักสูตรทางไกล (Online) ที่ได้รับปริญญา
(๓) ไม่เป็นผู้ป่วยหรืออยู่ในสภาวะที่จะเป็นอุปสรรคร้ายแรงต่อการศึกษา
(๔) ไม่เป็นผู้ประพฤติผิดศีลธรรมอันดีหรือมีพฤติกรรมเสื่อมเสียอย่างร้ายแรง
นอกจากคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่ง ผู้ซึ่งจะเข้าศึกษาในหลักสูตรการศึกษาใด ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตามข้อกำหนดหลักสูตรที่เข้าศึกษาและตามประกาศมหาวิทยาลัยว่าด้วยการรับเข้าศึกษาด้วย
หมวด ๓
การขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาและฐานะชั้นปี
ข้อ ๑๕ ผู้ที่ผ่านการรับเข้าศึกษาต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ที่มหาวิทยาลัยกำหนดภายในสิบสี่วันนับแต่วันเปิดภาคการศึกษา เว้นแต่กรณีมีเหตุผลความจำเป็น
อธิการบดีอาจอนุญาตผ่อนผันการขึ้นทะเบียนได้ แต่ต้องไม่เกินภาคการศึกษาแรกของปีที่เข้าศึกษา
ผู้ที่ผ่านการรับเข้าศึกษาโดยใช้วุฒิการศึกษาจากต่างประเทศต้องยื่นใบสำคัญแสดงวุฒิการศึกษาต่อคณะในวันขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาด้วย แต่หากยังไม่สามารถนำส่งได้ อธิการบดีอาจผ่อนผันให้นำมาส่ง
ในภายหลัง แต่ต้องไม่เกินภาคการศึกษาแรกของปีที่เข้าศึกษา หากพ้นกำหนดเวลาที่ผ่อนผันให้แล้ว
ยังไม่อาจนำส่งได้ให้เพิกถอนการขึ้นทะเบียนการเป็นนักศึกษา
ข้อ ๑๖ หากมีการตรวจพบว่าผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๔ หรือได้ใช้เอกสารหลักฐานประกอบการขึ้นทะเบียนอันเป็นเท็จ ให้นายทะเบียนเสนอต่ออธิการบดีเพิกถอนการขึ้นทะเบียนการเป็นนักศึกษาผู้นั้น
หากมีกรณีตามวรรคหนึ่งปรากฏขึ้นเมื่อผู้กระทำผิดได้สำเร็จการศึกษาไปแล้ว ให้อธิการบดีเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพิกถอนปริญญาบัตรของผู้นั้น
ข้อ ๑๗ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเทียบฐานะชั้นปีของนักศึกษาให้เป็นไปตามข้อกำหนดหลักสูตร
หมวด ๔
การลงทะเบียนเรียน
ข้อ ๑๘ การลงทะเบียนเรียนรายวิชาให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดหลักสูตร
นักศึกษารายใดประสงค์ลงทะเบียนเรียนรายวิชาใดที่มีเงื่อนไขก่อนการลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้น
นักศึกษารายนั้นอาจได้รับการยกเว้นโดยปฏิบัติตามประกาศมหาวิทยาลัย
เพื่อคุณภาพของการจัดการศึกษา คณบดีอาจกำหนดเงื่อนไขหรือจํากัดจำนวนนักศึกษา
ที่จะลงทะเบียนเรียนในรายวิชาใดก็ได้โดยออกเป็นประกาศคณะ
การประกาศเปิดวิชาเพิ่มหรือปิดรายวิชาใดที่มีนักศึกษาลงทะเบียนแล้วจะต้องกระทำ
ภายในเจ็ดวันนับแต่วันเปิดภาคการศึกษา หรือสี่วันนับแต่วันเปิดภาคฤดูร้อน
ข้อ ๑๙ การลงทะเบียนเรียนให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และกำหนดการที่อธิการบดีประกาศกำหนด
หากนักศึกษามีหนี้สินใด ๆ กับมหาวิทยาลัย จะต้องชำระให้เสร็จสิ้นเสียก่อนจึงจะมีสิทธิ ลงทะเบียนเรียนได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิการบดี
ภายหลังจากนักศึกษาได้ลงทะเบียนเรียนแล้ว นักศึกษาต้องดำเนินการตรวจสอบผล
การลงทะเบียนของตนเองภายในระยะเวลาตามสมควร หากพบความผิดพลาดให้ขออนุมัติแก้ไข
การลงทะเบียนเรียนต่อคณบดี ทั้งนี้ ต้องมีหลักฐานมาแสดงเพื่อประกอบการพิจารณาของคณบดีด้วย
เมื่อคณบดีอนุมัติแล้วให้แจ้งสำนักงานทะเบียนนักศึกษาดำเนินการเปลี่ยนแปลงการลงทะเบียนเรียนรายวิชา
ให้ถูกต้องต่อไป
นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาไม่ทันกำหนดการตามวรรคหนึ่ง นักศึกษาอาจขอลงทะเบียนล่าช้าได้ แต่ต้องดำเนินการภายในสิบสี่วันนับแต่วันเปิดภาคการศึกษานั้น หรือเจ็ดวันนับแต่วันเปิด
ภาคฤดูร้อนนั้น และต้องชำระค่าปรับการลงทะเบียนเรียนล่าช้าเป็นรายวันตามอัตราที่ประกาศมหาวิทยาลัย
ว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษากำหนด
ข้อ ๒๐ นักศึกษาลงทะเบียนเรียนได้ไม่เกินยี่สิบสองหน่วยกิตต่อภาคการศึกษาหรือไม่เกิน
หกหน่วยกิตต่อภาคฤดูร้อน เว้นแต่นักศึกษาซึ่งคาดว่าจะสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนนั้นอาจได้รับอนุมัติจากคณบดีให้ลงทะเบียนเรียนมากกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ก็ได้
การนับจำนวนหน่วยกิตที่จะลงทะเบียนเรียนสูงสุดตามวรรคหนึ่งให้นับรวมรายวิชา ดังต่อไปนี้
(๑) รายวิชาเสริมหลักสูตรพื้นฐานที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้ศึกษาโดยไม่นับหน่วยกิต
(๒) รายวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนเพื่อเสริมความรู้โดยไม่วัดผลการศึกษา
(๓) รายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนกับสถาบันอุดมศึกษาอื่น ตามข้อ ๒๕
การนับจำนวนหน่วยกิตที่จะลงทะเบียนเรียนตามวรรคหนึ่งมิให้นับรวมรายวิชาที่นักศึกษาได้รับการยกเว้นโดยผ่านการทดสอบ การวัดผล การเทียบโอนหรือการโอนรายวิชา
ข้อ ๒๑ ในแต่ละภาคการศึกษานักศึกษาต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชาของหลักสูตรที่ศึกษาอยู่
ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียน เว้นแต่ได้รับอนุมัติจากคณบดีในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ได้ศึกษารายวิชาเอกหรือรายวิชาเฉพาะของหลักสูตรครบแล้ว
(๒) ได้ลงทะเบียนเรียนรายวิชาของหลักสูตรที่ศึกษาทุกรายวิชาในภาคการศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนนั้นแล้ว
(๓) นักศึกษาขอลงทะเบียนเรียนรายวิชาของหลักสูตรที่จะย้ายเข้าไปศึกษา
(๔) นักศึกษามีสถานภาพทางวิชาการอยู่ในการเตือนครั้งที่สองหรือภาวะรอพินิจ
ข้อ ๒๒ ห้ามมิให้นักศึกษาที่ได้อักษร D ขึ้นไป หรือได้อักษร S ในรายวิชาใดลงทะเบียนเรียน
ในรายวิชานั้นอีก เว้นแต่ข้อกำหนดหลักสูตรกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ ๒๓ นักศึกษาที่ได้อักษร F หรือ U ในรายวิชาที่เป็นรายวิชาบังคับของหลักสูตรให้ลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้นซ้ำอีกจนกว่าจะได้อักษร D ขึ้นไป หรือ S
นักศึกษาที่ได้อักษร F หรือ U ในรายวิชาเลือกของหลักสูตร ให้ลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้นซ้ำอีกจนกว่าจะได้อักษร D ขึ้นไป หรือ S หรืออาจลงทะเบียนเรียนในรายวิชาอื่นที่เป็นรายวิชาเลือกของหลักสูตรแทนก็ได้
ข้อ ๒๔ นักศึกษาผู้ใดไม่ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาใดและไม่ได้ขอลาพักการศึกษาตามข้อ ๕๑ ให้ถอนชื่อนักศึกษาผู้นั้นออกจากทะเบียนนักศึกษา
ข้อ ๒๕ อธิการบดีโดยข้อเสนอของคณบดีอาจอนุมัติให้นักศึกษาไปลงทะเบียนเรียนในรายวิชา
ที่สถาบันอุดมศึกษาอื่นเปิดสอนโดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรของนักศึกษาผู้นั้นได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) มหาวิทยาลัยมีข้อตกลงในโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับสถาบันอุดมศึกษาที่นักศึกษา
ไปศึกษา
(๒) นักศึกษามีข้อตกลงรับทุนเพื่อไปศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาอื่นจากส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานภาคประชาชน หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร
(๓) นักศึกษามีความประสงค์จะไปศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาอื่น
ข้อ ๒๖ ในกรณีที่มหาวิทยาลัยมีข้อตกลงในโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษากับสถาบันอุดมศึกษาอื่น หรือมีข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยหรือหน่วยอื่นที่มีวัตถุประสงค์ให้มหาวิทยาลัยหรือคณะรับบุคคลเข้าศึกษาในรายวิชาของมหาวิทยาลัยหรือคณะ อธิการบดีอาจอนุมัติให้ผู้ซึ่งมิได้เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยลงทะเบียนเรียนในรายวิชาของมหาวิทยาลัยก็ได้
ผู้ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาของมหาวิทยาลัยตามวรรคหนึ่งต้องชำระค่าธรรมเนียมตามอัตรา
ที่ประกาศมหาวิทยาลัยว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษากำหนด
หมวด ๕
การลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มและการถอนรายวิชา
ข้อ ๒๗ การลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มภายหลังจากที่ได้ลงทะเบียนเรียนแล้วให้กระทำได้ภายในสิบสี่วันนับแต่วันเปิดภาคการศึกษา หรือภายในเจ็ดวันนับแต่วันเปิดภาคฤดูร้อน เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควร คณบดีอาจอนุมัติให้ลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มเมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวได้
แต่ต้องไม่เกินวันปิดภาคการศึกษาหรือภาคฤดูร้อนแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ต้องมีเวลาเรียนตามข้อกำหนดหลักสูตรและรายวิชา
การลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มตามวรรคหนึ่งต้องได้รับอนุมัติจากอาจารย์ผู้สอนในรายวิชา
นั้นก่อน และการลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มเมื่อพ้นกำหนดเวลาต้องชำระค่าปรับการลงทะเบียนเรียนรายวิชาเพิ่มล่าช้าเป็นรายวันตามอัตราที่ประกาศมหาวิทยาลัยว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษากำหนด
ข้อ ๒๘ การขอถอนรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนเรียนไว้แล้วให้กระทำได้ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) การขอถอนภายในสิบสี่วันนับแต่วันเปิดภาคการศึกษาหรือภายในเจ็ดวันนับแต่วันเปิดภาคฤดูร้อน เพื่อการนี้ให้ลบรายวิชานั้นออก
(๒) การขอถอนเมื่อพ้นกำหนดเวลาตาม (๑) แต่ไม่เกินสิบสัปดาห์แรกของภาคการศึกษา
หรือสี่สัปดาห์แรกของภาคฤดูร้อน เพื่อการนี้ให้บันทึกอักษร W สำหรับรายวิชานั้น
(๓) การขอถอนเมื่อพ้นกำหนดเวลาตาม (๒) แต่ไม่เกินวันปิดภาคการศึกษาหรือภาคฤดูร้อน
จะกระทำได้เมื่อมีเหตุผลความจำเป็นโดยได้รับอนุมัติจากคณบดีโดยข้อเสนอของอาจารย์ผู้สอนในรายวิชา
ที่ขอถอน เพื่อการนี้ให้บันทึกอักษร W สำหรับรายวิชานั้น
หมวด ๖
การโอนรายวิชาและหน่วยกิต
ข้อ ๒๙ นักศึกษาที่ศึกษารายวิชาในหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้จัดการศึกษาหรือจัดการศึกษาร่วมกับหน่วยงานอื่นอาจขอโอนรายวิชาและหน่วยกิตได้ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องมีเนื้อหาของรายวิชาเทียบเท่ากับรายวิชาในหลักสูตรที่ศึกษา
(๒) ให้โอนรายวิชาและหน่วยกิตได้ไม่จํากัดจำนวนรายวิชาและหน่วยกิตเฉพาะรายวิชาที่มีผลการศึกษาอักษร C ขึ้นไปหรือเทียบเท่า
(๓) กรณีการโอนมาเป็นรายวิชาบังคับและหน่วยกิตของหลักสูตรต้องศึกษามาแล้วไม่เกินแปดปี นับจากภาคการศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนและสอบผ่านจนถึงวันที่ขอโอนรายวิชาและหน่วยกิต
(๔) กรณีการโอนมาเป็นรายวิชาเลือกและหน่วยกิตของหลักสูตรต้องศึกษามาแล้วไม่เกินสิบปี
นับจากภาคการศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนและสอบผ่านจนถึงวันที่ขอโอนรายวิชาและหน่วยกิต
ให้คณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจอนุมัติการโอนรายวิชา
และหน่วยกิต
นอกจากหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่งคณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะ
อาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดการโอนรายวิชาและหน่วยกิตเพิ่มเติมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง
กับความในวรรคหนึ่งโดยออกเป็นประกาศคณะและรายงานอธิการบดีเพื่อพิจารณาตรวจสอบและทักท้วง
ข้อ ๓๐ ให้บันทึกผลการศึกษาในรายวิชาที่ได้รับอนุมัติให้โอนรายวิชาและหน่วยกิตตาม
ผลการศึกษารายวิชาในหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้จัดการศึกษาหรือจัดการศึกษาร่วมกับหน่วยงานอื่น
หมวด ๗
การเทียบโอนรายวิชาและหน่วยกิตและการเทียบโอนความรู้
ข้อ ๓๑ ให้คณะกรรมการนโยบายวิชาการทำหน้าที่กำกับดูแลระบบและกลไกการเทียบโอน
ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน และให้คณะกรรมการระดับคณะและระดับหลักสูตรทำหน้าที่ทดสอบและประเมินผลการเทียบโอน โดยให้อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรและอาจารย์ผู้สอนมีส่วนร่วมในการดำเนินการดังกล่าวด้วย
ข้อ ๓๒ การเทียบโอนรายวิชาและหน่วยกิตสำหรับการศึกษาในระบบ และการเทียบโอนความรู้ เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินสามในสี่ของจำนวนหน่วยกิตรวมของหลักสูตร
ข้อ ๓๓ นักศึกษาอาจขอเทียบโอนรายวิชาและหน่วยกิตที่มีเนื้อหาของรายวิชาเทียบเท่า
และมีเกณฑ์การประเมินผลหรือวัดผลได้มาตรฐานเทียบเท่ากับรายวิชาในหลักสูตรที่ศึกษาอยู่ได้ โดยให้คณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจอนุมัติการเทียบโอนรายวิชาและหน่วยกิต
ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องมีสาระสำคัญครอบคลุมรายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่ขอเทียบโอน
(๒) ต้องมิใช่รายวิชาในหลักสูตรที่นักศึกษาผู้นั้นเคยถูกถอนชื่อจากทะเบียนนักศึกษามาก่อน
(๓) ต้องศึกษามาแล้วไม่เกินแปดปี นับจากภาคการศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนและสอบผ่านจนถึงวันที่ขอเทียบโอนรายวิชาและหน่วยกิต
(๔) รายวิชาที่จะขอเทียบโอนต้องมีผลการศึกษาระดับ C ขึ้นไป หรือเทียบเท่า
นอกจากหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่งคณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะ
อาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และรายละเอียดการเทียบโอนรายวิชาและหน่วยกิตเพิ่มเติมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับความในวรรคหนึ่งโดยออกเป็นประกาศคณะและรายงานอธิการบดีเพื่อพิจารณาตรวจสอบและทักท้วง
ข้อ ๓๔ ให้บันทึกผลการศึกษาในรายวิชาที่ได้รับการอนุมัติให้เทียบโอนรายวิชาและหน่วยกิต ดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับกรณีนักศึกษาที่ไปศึกษาตามโครงการความร่วมมือผลิตบัณฑิตที่มีการจัดทำหลักสูตรร่วมกัน ให้บันทึกผลการศึกษาตามที่ได้ หรือในรายวิชาที่มีผลการศึกษาได้อักษร C ขึ้นไป อาจบันทึกอักษร ACC ก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะประกาศกำหนด
(๒) สำหรับกรณีนักศึกษาอื่นนอกจาก (๑) ให้บันทึกอักษร ACC ในรายวิชาที่มีผลการศึกษา
ที่ได้อักษร C ขึ้นไป
ข้อ ๓๕ การเทียบโอนความรู้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิการบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยประกาศกำหนด
ข้อ ๓๖ ให้คณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะมีอำนาจอนุมัติการเทียบโอนความรู้ โดยให้บันทึกผลการศึกษาในรายวิชาหรือกลุ่มรายวิชาที่ได้รับการอนุมัติให้เทียบโอนความรู้
เป็นอักษร ACC
หมวด ๘
อักษรแสดงผลการศึกษา
ข้อ ๓๗ ผลการศึกษาของแต่ละรายวิชาแบ่งออกเป็นสองประเภท ดังต่อไปนี้
(๑) ผลการศึกษารายวิชาที่มีค่าระดับและนำมาคำนวณระดับคะแนนเฉลี่ยมีอักษรความหมายและค่าระดับ ดังต่อไปนี้
อักษร ความหมาย ความหมายภาษาอังกฤษ ค่าระดับ
A ผลการประเมินขั้นชั้นเลิศ Excellent ๔.๐
B+ ผลการประเมินขั้นดีมาก Very Good ๓.๕
B ผลการประเมินขั้นดี Good ๓.๐
C+ ผลการประเมินขั้นดีพอใช้ Almost Good ๒.๕
C ผลการประเมินขั้นพอใช้ Fair ๒.๐
D+ ผลการประเมินขั้นค่อนข้างอ่อน. Almost Fair ๑.๕
D ผลการประเมินขั้นอ่อน Poor ๑.๐
F ผลการประเมินขั้นตก Failed ๐
(๒) ผลการศึกษาที่ไม่มีค่าระดับและไม่นำมาคำนวณระดับคะแนนเฉลี่ยมีอักษรและความหมาย ดังต่อไปนี้
อักษร ความหมาย ความหมายภาษาอังกฤษ
S ใช้ได้ Satisfactory
U ใช้ไม่ได้ Unsatisfactory
ACC ได้รับยกเว้นรายวิชาโดยผ่าน Accreditation
การทดสอบเทียบความรู้หรือใช้ผล
การสอบในรายวิชาที่นับหน่วยกิต
หรือได้รับการเทียบโอนรายวิชา
และหน่วยกิต
EXE ได้รับยกเว้นรายวิชาโดยผ่าน Exempted
การทดสอบเทียบความรู้หรือใช้ผล
การสอบในรายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิต
I การวัดผลไม่สมบูรณ์ Incomplete
W การถอนรายวิชาโดยได้รับอนุมัติ Withdraw
AUD การศึกษาโดยไม่วัดผลการศึกษา Audit
ข้อ ๓๘ อักษร S หรือ U ให้ใช้ได้ในรายวิชาของหลักสูตรที่กำหนดให้มีผลการศึกษาเป็นระดับใช้ได้ หรือระดับใช้ไม่ได้
ผลการศึกษาระดับใช้ได้ ให้ใช้อักษร S และระดับใช้ไม่ได้ให้ใช้อักษร U
ข้อ ๓๙ อักษร ACC หรือ EXE ให้ใช้ในรายวิชาที่ให้นักศึกษาสามารถนำผลการทดสอบเทียบ ความรู้หรือคะแนนการทดสอบอื่นมาใช้แทนการศึกษาในรายวิชานั้นได้
อักษร ACC ให้ใช้ในรายวิชาที่นำมานับหน่วยกิต
อักษร EXE ให้ใช้ในรายวิชาที่ไม่นำมานับหน่วยกิต
ข้อ ๔๐ อักษร I ให้ใช้กับรายวิชาที่การวัดผลการศึกษายังไม่สมบูรณ์ และเป็นการบันทึกไว้เป็นการชั่วคราว
นักศึกษาที่ได้อักษร I ในรายวิชาใดให้อาจารย์ผู้สอนดําเนินการวัดผลในรายวิชานั้นให้แล้วเสร็จภายใน หกสิบวันนับแต่วันปิดภาคการศึกษา หรือสามสิบวันนับแต่วันปิดภาคฤดูร้อน แต่หากไม่สามารถดําเนินการวัดผลได้ทัน โดยที่ไม่ใช่ความผิดของอาจารย์ผู้สอน ให้อาจารย์ผู้สอนกําหนดผลการศึกษาของนักศึกษาผู้นั้นจากคะแนนสอบหรือคะแนนการวัดผลการศึกษาโดยวิธีการอื่นเท่าที่นักศึกษาผู้นั้นมีอยู่
เมื่อพ้นหกสิบวันนับแต่วันปิดภาคการศึกษา หรือสามสิบวัน นับแต่วันปิดภาคฤดูร้อน หากยังไม่มีการดําเนินการตามวรรคสองให้บันทึกอักษร W
ข้อ ๔๑ อักษร W ให้ใช้ได้ในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ในรายวิชาที่นักศึกษาได้อักษร I และอาจารย์ผู้สอนยังไม่ได้กำหนดผลการศึกษาภายในหกสิบวันนับแต่วันปิดภาคการศึกษาหรือสามสิบวันนับแต่วันปิดภาคฤดูร้อน
(๒) ในรายวิชาที่นักศึกษาขาดสอบโดยมีเหตุผลอันสมควร และได้รับอนุมัติจากคณบดี
หรืออธิการบดีแล้วแต่กรณี
(๓) ได้รับอนุมัติให้ถอนรายวิชาตามข้อ ๒๘ (๒) และ ๒๘ (๓)
(๔) ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาตามข้อ ๕๒ (๒) และข้อ ๕๓
ในกรณีตาม (๒) นักศึกษาต้องยื่นคำร้องขออนุมัติต่อคณบดีผ่านอาจารย์ผู้สอนและอาจารย์
ที่ปรึกษาภายในสิบวันนับแต่วันสอบ แต่หากยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวและคณบดีเห็นว่ามีเหตุผลอันสมควรให้รายงานและเสนออธิการบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ
ข้อ ๔๒ อักษร AUD กระทำได้ในรายวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนเพื่อการเสริมความรู้
โดยไม่ต้องมีการวัดผล และมีเวลาเรียนในรายวิชานั้นตามข้อกำหนดหลักสูตรและรายวิชา
นักศึกษาที่ประสงค์จะลงทะเบียนเพื่อเสริมความรู้ต้องได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ที่ปรึกษา
และได้รับอนุญาตจากผู้สอน และชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราที่ประกาศมหาวิทยาลัยว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษากำหนด
เมื่อลงทะเบียนเรียนในรายวิชาเพื่อการเสริมความรู้โดยไม่ต้องมีการวัดผลแล้วจะขอเปลี่ยนแปลง เป็นการลงทะเบียนเรียนเพื่อวัดผลการศึกษาได้ภายในสิบสี่วันนับแต่วันเปิดภาคการศึกษาหรือเจ็ดวัน
นับแต่วันเปิดภาคฤดูร้อนโดยต้องได้รับอนุมัติจากคณบดี เมื่อพ้นกำหนดเวลานี้แล้วกระทำมิได้
ห้ามมิให้ลงทะเบียนเรียนเพื่อวัดผลการศึกษาในรายวิชาที่ได้อักษร AUD แล้วซ้ำอีก เว้นแต่กรณีการย้ายหลักสูตรและรายวิชานั้นเป็นรายวิชาที่กำหนดไว้ในหลักสูตรที่ย้ายเข้า
ข้อ ๔3 การนับจำนวนหน่วยกิตสะสมให้นับเฉพาะหน่วยกิตของรายวิชาที่นักศึกษาได้อักษร D ขึ้นไป อักษร (S) หรืออักษร ACC เท่านั้น
ในกรณีที่นักศึกษาต้องศึกษารายวิชาใดซ้ำหรือแทนกันตามข้อกำหนดหลักสูตร ให้นับจำนวน หน่วยกิตของรายวิชานั้นได้เพียงครั้งเดียว
หมวด ๙
การวัดผลการศึกษาและการคำนวณคะแนนเฉลี่ย
ข้อ ๔4 มหาวิทยาลัยจะจัดให้มีการวัดผลการศึกษาสำหรับรายวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนไว้ในภาคการศึกษาหรือภาคฤดูร้อน
การวัดผลการศึกษาอาจทำได้ระหว่างภาค ด้วยวิธีรายงานจากหนังสือที่กำหนดให้อ่าน งานที่แบ่งกันทำเป็นหมู่คณะ การทดสอบระหว่างภาค การเขียนสารนิพนธ์ประจำรายวิชาหรืออื่น ๆ และเมื่อสิ้นภาค
จะมีการสอบไล่สำหรับแต่ละรายวิชาที่ศึกษาในภาคนั้น
รายวิชาใดที่ไม่มีการสอบไล่เมื่อสิ้นภาคคณบดีจะประกาศให้ทราบ
การวัดผลการศึกษาสำหรับรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนแบบรายปี ให้มีการวัดและประเมินผล
เมื่อสิ้นปีการศึกษา
ในบางกรณีมหาวิทยาลัยอาจใช้วิธีทดสอบเทียบความรู้แทนการวัดผลการศึกษาตามความ
ในวรรคหนึ่งก็ได้
ข้อ ๔๕ นักศึกษาต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคการศึกษาหรือภาคฤดูร้อนตามข้อกำหนดหลักสูตรและรายวิชาจึงจะมีสิทธิเข้าสอบไล่ในรายวิชานั้น เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็นอันมิใช่ความผิดของนักศึกษาผู้นั้น คณบดีอาจอนุญาตให้เข้าสอบไล่ได้เป็นกรณีพิเศษ
ข้อ ๔๖ ให้คำนวณระดับคะแนนเฉลี่ยสำหรับภาคการศึกษาและภาคฤดูร้อนเมื่อสิ้นภาค
โดยคำนวณตามวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้นำค่าระดับคะแนนของรายวิชาที่ได้คูณด้วยจำนวนหน่วยกิตของรายวิชานั้น
(๒) ให้นำผลการคำนวณตาม (๑) ของทุกรายวิชามารวมกัน
(๓) ให้นำผลการคำนวณตาม (๒) มาหารด้วยจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดที่ลงทะเบียนเรียน
ในภาคนั้น
(๔) ผลการคำนวณตาม (๓) เป็นคะแนนเฉลี่ยสำหรับภาคนั้น
ข้อ ๔๗ การคำนวณระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมให้คำนวณตามวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) ให้นำค่าระดับคะแนนของรายวิชาที่ได้คูณด้วยจำนวนหน่วยกิตของรายวิชาที่ลงทะเบียนไว้ทั้งหมดทุกภาคการศึกษาและภาคฤดูร้อน
(๒) ให้นำผลการคำนวณตาม (๑) ของทุกรายวิชามารวมกัน
(๓) ให้นำผลการคำนวณตาม (๒) มาหารด้วยจำนวนหน่วยกิตทั้งหมดที่ลงทะเบียนเรียนไว้
ทุกภาคการศึกษาและภาคฤดูร้อน
(๔) ผลการคำนวณตาม (๓) เป็นคะแนนเฉลี่ยสะสม
ข้อ ๔๘ ในการคำนวณตามข้อ ๔๖ (๔) หรือข้อ ๔๗ (๔) หากได้ทศนิยมตำแหน่งที่สาม
เป็นจำนวนตั้งแต่ห้าขึ้นไปให้ปัดเศษขึ้นไป
หมวด ๑๐
สถานภาพทางวิชาการ
ข้อ ๔๙ สถานภาพทางวิชาการของนักศึกษาให้พิจารณาจากผลการคำนวณคะแนนเฉลี่ยสะสมของนักศึกษา เมื่อสิ้นภาคการศึกษาที่เรียน ดังต่อไปนี้
(๑) นักศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยสะสม ๒.๐๐ ขึ้นไปมีสถานภาพทางวิชาการปกติ (Normal)
(๒) นักศึกษาที่มีคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๒.๐๐ มีสถานภาพทางวิชาการเตือนครั้งที่หนึ่ง(Warning ๑) เว้นแต่กรณีเป็นภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา ให้มีสถานภาพทางวิชาการเตือนพิเศษ (Warning)
(๓) นักศึกษาซึ่งอยู่ในสถานภาพทางวิชาการเตือนพิเศษตาม (๒) ในภาคการศึกษาที่ผ่านมา
และมีคะแนนเฉลี่ยสะสม ๑.๕๐ ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๒.๐๐ ในภาคการศึกษาถัดมา ให้มีสถานภาพทางวิชาการเตือนครั้งที่หนึ่ง (Warning ๑) แต่หากมีคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๑.๕๐ ในภาคการศึกษาถัดมา ต้องถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา (Dismissed)
(๔) นักศึกษาซึ่งอยู่ในสถานภาพทางวิชาการเตือนครั้งที่หนึ่ง ตาม (๒) และ (๓) ในภาคการศึกษา
ที่ผ่านมา และมีคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๒.๐๐ ในภาคการศึกษาถัดมาให้มีสถานภาพทางวิชาการเตือน
ครั้งที่สอง (Warning ๒)
(๕) นักศึกษาซึ่งอยู่ในสถานภาพทางวิชาการเตือนครั้งที่สอง ตาม (๔) ในภาคการศึกษาที่ผ่านมาและมีคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๒.๐๐ ในภาคการศึกษาถัดมาให้มีสถานภาพทางวิชาการภาวะรอพินิจ (Probation)
(๖) นักศึกษาซึ่งอยู่ในสถานภาพทางวิชาการภาวะรอพินิจ ตาม (๕) ในภาคการศึกษาที่ผ่านมา และมีคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๒.๐๐ ในภาคการศึกษาถัดมาต้องถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา (Dismissed)
ในกรณีที่นักศึกษาสอบได้รายวิชาครบตามจำนวนหน่วยกิตที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดหลักสูตรแล้วมีคะแนนเฉลี่ยสะสม ๑.๘๐ ขึ้นไป แต่ไม่ถึง ๒.๐๐ และต้องถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษาตาม (๖) อธิการบดีอาจอนุมัติให้นักศึกษาผู้นั้นศึกษาต่อในหลักสูตรเดิม หรือย้ายหลักสูตร แต่นักศึกษาต้องศึกษาให้ได้คะแนนเฉลี่ยสะสมถึง ๒.๐๐ ภายในสามภาคการศึกษา และต้องศึกษาให้สำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลาตามข้อ ๑๑ นับแต่วันขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา
ข้อ ๕๐ ภายใต้บังคับแห่งข้อ ๔๙ การย้ายหลักสูตรระหว่างคณะหรือภายในคณะหรือการลาพักการศึกษาไม่มีผลทำให้การเตือนและภาวะรอพินิจเปลี่ยนแปลง
หมวด ๑๑
การลาพักการศึกษา
ข้อ ๕๑ กรณีที่นักศึกษายังไม่ได้ลงทะเบียนเรียน หากประสงค์จะขอลาพักการศึกษาให้ยื่นคำร้องภายในสามสิบวัน นับแต่วันเปิดภาคการศึกษาต่อคณบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ
กรณีที่นักศึกษาได้ลงทะเบียนเรียนแล้วแต่ยังไม่เปิดภาคการศึกษา หากมีเหตุผลความจำเป็น
จะขอลาพักการศึกษาให้ยื่นคำร้องต่อคณบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ เมื่อคณบดีอนุมัติแล้วให้ลบรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนเรียนและให้คืนค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ได้ชำระไปแล้ว
เมื่อได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้นักศึกษารักษาสถานภาพ
และชำระค่าธรรมเนียมเพื่อรักษาสถานภาพตามอัตราที่ประกาศมหาวิทยาลัยว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษากำหนด
ข้อ ๕๒ กรณีที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนไว้แล้ว หากประสงค์ขอลาพักการศึกษาให้ยื่นคำร้อง
ต่อคณบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติภายในไม่เกินสิบสัปดาห์แรกของภาคการศึกษาหรือสี่สัปดาห์แรกของ
ภาคฤดูร้อน เมื่อคณบดีอนุมัติแล้วให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) ในกรณีที่นักศึกษาขอลาพักภายในสิบสี่วันแรกของภาคการศึกษาหรือภายในเจ็ดวันแรก
ของภาคฤดูร้อน ให้ลบรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนเรียนไว้แล้วออก
(๒) ในกรณีที่นักศึกษาขอลาพักเมื่อพ้นกำหนดเวลาตาม (๑) แต่ยังไม่เกินสิบสัปดาห์แรกของ
ภาคการศึกษาหรือสี่สัปดาห์แรกของภาคฤดูร้อน ให้บันทึกอักษร W สำหรับรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนเรียนไว้
ข้อ ๕๓ กรณีที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนไว้แล้ว หากประสงค์ขอลาพักการศึกษาเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามข้อ ๕๒ แต่ต้องไม่เกินวันปิดภาคการศึกษา ให้ยื่นคำร้องต่อคณบดีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นและเสนอต่ออธิการบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ เมื่ออธิการบดีอนุมัติแล้วให้บันทึกอักษร W สำหรับรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนเรียนไว้
ข้อ ๕๔ คณะจะต้องแจ้งชื่อนักศึกษาที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาให้สำนักงานทะเบียนนักศึกษาทราบโดยเร็วที่สุด
ข้อ ๕๕ ให้นับรวมเวลาในระหว่างการลาพักการศึกษาเป็นระยะเวลาศึกษาตามข้อ ๑๑ ด้วย
หมวด ๑๒
การถูกลงโทษให้พักการศึกษา
ข้อ ๕๖ นักศึกษาที่ถูกลงโทษทางวินัยให้พักการศึกษาในระหว่างภาคการศึกษาให้ลบรายวิชา
ที่นักศึกษาผู้นั้นลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาที่ถูกสั่งพักการศึกษาออก และให้บันทึกคำว่าถูกสั่งพักการศึกษา (Suspended) และเปลี่ยนเป็นลาพักการศึกษา (Leave) เมื่อสำเร็จการศึกษา
หากนักศึกษาถูกลงโทษด้วยเหตุทุจริตในการสอบไล่ให้ถือว่าได้ค่าระดับ F ในรายวิชาที่ทุจริตในการสอบไล่นั้นและให้ดำเนินการตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยวินัยนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่อไป
นักศึกษาที่ถูกลงโทษทางวินัยให้พักการศึกษาในภาคการศึกษาถัดไปต้องชำระค่าธรรมเนียมการรักษาสถานภาพในภาคการศึกษาที่ถูกลงโทษนั้นด้วย
ข้อ ๕๗ คณะจะต้องแจ้งชื่อนักศึกษาที่ถูกสั่งให้พักการศึกษาให้สำนักงานทะเบียนนักศึกษาทราบโดยเร็วที่สุด
ข้อ ๕๘ ให้นับรวมเวลาในระหว่างที่ถูกลงโทษให้พักการศึกษาเป็นระยะเวลาศึกษาตามข้อ ๑๑ ด้วย
หมวด ๑๓
การลาออก
ข้อ ๕๙ นักศึกษาที่ประสงค์จะลาออกให้มีความเห็นจากผู้ปกครองและให้ยื่นคำร้องที่ได้รับคำปรึกษาจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วต่อคณบดี
เมื่อคณบดีอนุมัติแล้วให้มีผลนับแต่วันที่นักศึกษายื่นคำร้องตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๖๐ เมื่อการลาออกมีผลแล้ว ให้บันทึกอักษร W ในรายวิชาที่ยังไม่มีการประกาศผลการศึกษา
หมวด ๑๔
การย้ายหลักสูตร
ข้อ ๖๑ การย้ายหลักสูตรภายในคณะหรือย้ายระหว่างคณะมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(๑) นักศึกษาต้องศึกษาในหลักสูตรเดิมมาแล้วไม่น้อยกว่าสองภาคการศึกษา ทั้งนี้ ไม่นับ
ภาคการศึกษาที่ลาพักหรือถูกลงโทษทางวินัยให้พักการศึกษา
(๒) สอบผ่านรายวิชาศึกษาทั่วไปของหลักสูตรเดิม หรือหลักสูตรที่จะย้ายเข้าโดยต้องได้ระดับคะแนนเฉลี่ย ๒.๐๐ ขึ้นไป หรือตามหลักเกณฑ์การย้ายหลักสูตรตามประกาศของคณะ
(๓) มีระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมถึงภาคการศึกษาหรือภาคฤดูร้อนก่อนการย้ายหลักสูตร ๒.๐๐
ขึ้นไป หรือตามหลักเกณฑ์การย้ายหลักสูตรตามประกาศของคณะ
(๔) ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของหลักสูตรที่จะย้ายเข้า
ข้อ ๖๒ นักศึกษาที่ประสงค์จะขอย้ายหลักสูตรให้ยื่นคำร้องขอย้ายหลักสูตรพร้อมแสดงเหตุผลความจำเป็นต่อคณะที่ประสงค์จะย้ายเข้าศึกษาในหลักสูตรนั้น ไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนการลงทะเบียนเรียน
ในภาคการศึกษาที่ประสงค์จะย้ายเข้าในหลักสูตรนั้น
ให้คณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะของหลักสูตรที่จะย้ายเข้าพิจารณาอนุมัติการย้ายหลักสูตรของนักศึกษา
ในกรณีหลักสูตรที่ย้ายเข้าใช้ระบบการวัดผลแตกต่างกันกับหลักสูตรที่ย้ายออก ก่อนที่จะพิจารณาอนุมัติให้นักศึกษาย้ายหลักสูตร ให้แปลงคะแนนของรายวิชาของหลักสูตรที่ย้ายออกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์การวัดผลของหลักสูตรที่จะย้ายเข้าเพื่อประกอบการพิจารณาสถานภาพทางวิชาการของนักศึกษา
ข้อ ๖๓ นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติให้ย้ายหลักสูตรต้องศึกษาให้สำเร็จการศึกษาภายในระยะเวลาตามข้อ ๑๑ นับแต่วันที่ได้เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย
ข้อ ๖๔ ให้นำรายวิชาของหลักสูตรที่ย้ายออกมาคำนวณระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมรวมกับรายวิชาของหลักสูตรที่ย้ายเข้า
หมวด ๑๕
การสำเร็จการศึกษาและการอนุมัติปริญญาหรืออนุปริญญา
ข้อ ๖๕ นักศึกษาซึ่งจะได้รับปริญญาหรืออนุปริญญาจากมหาวิทยาลัยต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรี
(๒) ศึกษาจนครบเงื่อนไขการสำเร็จการศึกษาตามข้อกำหนดหลักสูตร และได้ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่น้อยกว่า ๒.๐๐
(๓) ผ่านการทดสอบความรู้และทักษะอื่นตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด
(๔) เป็นผู้มีความประพฤติดีเหมาะสมกับศักดิ์ศรีแห่งอนุปริญญาหรือปริญญาของมหาวิทยาลัย
(๕) ไม่มีภาระหนี้สินกับมหาวิทยาลัย
ข้อ ๖๖ การได้รับอนุมัติอนุปริญญาให้เป็นไปตามข้อกำหนดหลักสูตร
หมวด ๑๖
การได้รับปริญญาเกียรตินิยม
ข้อ ๖๗ ปริญญาเกียรตินิยมมีสองระดับ ดังต่อไปนี้
(๑) ปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๕๐ ขึ้นไป และได้ค่าระดับไม่ต่ำกว่าอักษร C ในทุกรายวิชาที่ศึกษา
(๒) ปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาที่มีผลการศึกษาในกรณีอย่างหนึ่ง
อย่างใด ดังต่อไปนี้
(๒.๑) ศึกษาได้ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๕๐ ขึ้นไป แต่มีรายวิชาที่ได้ต่ำกว่าอักษร C
และมีระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมในหมวดวิชาเฉพาะไม่น้อยกว่า ๒.๐๐
(๒.๒) ศึกษาได้ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๒๕ ขึ้นไป โดยทุกรายวิชาในหมวดวิชาเฉพาะ
ต้องได้ไม่ต่ำกว่าอักษร C
นอกจากหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง คณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจําคณะอาจกําหนดหลักเกณฑ์เฉพาะของหลักสูตรโดยออกเป็นประกาศคณะ แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับข้อ ๖๗ และข้อ ๖๘
ข้อ ๖๘ นอกจากมีผลการศึกษาที่กำหนดไว้ตามข้อ ๖๗ ผู้ที่มีสิทธิได้รับปริญญาเกียรตินิยม
ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) นักศึกษาที่ศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี (สี่ปี) มีเวลาศึกษาจนสำเร็จการศึกษาไม่เกิน
สี่ปีการศึกษา และนักศึกษาที่ศึกษาหลักสูตรปริญญาตรี (หกปี) มีเวลาศึกษาจนสำเร็จการศึกษาไม่เกิน
หกปีการศึกษา
(๒) มีรายวิชาที่ได้รับอนุมัติให้เทียบโอนมาหรือได้รับการยกเว้นไม่เกินกว่าร้อยละยี่สิบห้า
ของจำนวนหน่วยกิตรวมที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
(๓) ไม่เคยลงทะเบียนเรียนซ้ำในรายวิชาหนึ่งวิชาใด
(๔) ไม่เคยศึกษาได้อักษร F หรือ U ในรายวิชาหนึ่งวิชาใด
(๕) ไม่เคยถูกลงโทษทางวินัยนักศึกษาถึงขั้นทำทัณฑ์บนขึ้นไป
การนับเวลาตาม (๑) ไม่ให้นับรวมเวลาในภาคการศึกษาที่นักศึกษาได้รับอนุมัติให้ลาพัก การศึกษา หรือให้ไปศึกษาหรือปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มพูนความรู้ตามโครงการของมหาวิทยาลัย หรือโครงการของหน่วยงานอื่นที่คณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำคณะหรืออธิการบดีให้ความเห็นชอบ
แต่การไปศึกษาหรือปฏิบัติงานนั้นต้องมีระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีการศึกษา
หมวด ๑๗
การเสนอชื่อและการอนุมัติปริญญาหรืออนุปริญญา
ข้อ ๖๙ ให้นักศึกษาซึ่งคาดว่าจะสำเร็จการศึกษาเมื่อสิ้นภาคที่ลงทะเบียนเรียนทำหนังสือ
ยื่นต่อมหาวิทยาลัยภายในสิบสี่วันนับแต่วันเปิดภาคการศึกษา หรือภายในเจ็ดวันนับแต่วันเปิดภาคฤดูร้อน
เพื่อขอสำเร็จการศึกษาและให้มหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติอนุปริญญาหรือปริญญาเมื่อสิ้นภาค
ข้อ ๗๐ ให้นายทะเบียนตรวจสอบและจัดทำชื่อนักศึกษาซึ่งศึกษาครบรายวิชาตามหลักสูตร
และมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖๕ หรือ ๖๘ แล้วแต่กรณี ที่ได้ยื่นหนังสือตามข้อ ๖๙ ไว้
ต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาอนุมัติปริญญาเกียรตินิยม ปริญญา หรืออนุปริญญาแล้วแต่กรณีในสาขาวิชาที่ศึกษาสำเร็จตามหลักสูตร
หมวด ๑๘
ค่าธรรมเนียมการศึกษาและการขอคืนค่าธรรมเนียม
ข้อ ๗๑ นักศึกษาต้องชำระค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าบริการ และค่าปรับ ตามอัตราที่ประกาศมหาวิทยาลัยว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษากำหนด
ข้อ ๗๒ มหาวิทยาลัยอาจคืนค่าธรรมเนียมที่นักศึกษาชำระให้แก่มหาวิทยาลัยไว้แล้ว
ในกรณีและอัตรา ดังต่อไปนี้
(๑) นักศึกษาลาออกหรือลาพักการศึกษาก่อนวันเปิดภาคการศึกษา ให้มีสิทธิขอคืนได้เต็มจำนวนที่ชำระไว้
(๒) นักศึกษาลาออกหรือลาพักการศึกษาภายในสิบสี่วันนับแต่วันเปิดภาคการศึกษาให้มีสิทธิ
ขอคืนได้กึ่งหนึ่ง
(๓) นักศึกษาขอถอนรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนไว้เพราะเป็นเหตุมหาวิทยาลัยปิดรายวิชา หรือเป็นเหตุอันเนื่องมาจากการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยให้มีสิทธิขอคืนค่าธรรมเนียมรายวิชาและค่าธรรมเนียมการใช้อุปกรณ์การศึกษาในรายวิชานั้นได้เต็มจํานวน เว้นแต่กรณีเป็นการชําระค่าธรรมเนียมแบบเหมาจ่ายไม่อาจขอคืนค่าธรรมเนียมในรายวิชาที่ปิดได้
(๔) นักศึกษาขอถอนรายวิชาที่ได้ลงทะเบียนเรียนไว้ภายในสิบสี่วันนับแต่วันเปิดภาคการศึกษา หรือเจ็ดวันนับแต่วันเปิดภาคฤดูร้อน ให้มีสิทธิขอคืนค่าธรรมเนียมรายวิชาและค่าธรรมเนียมการใช้อุปกรณ์การศึกษาในรายวิชานั้นได้กึ่งหนึ่ง เว้นแต่กรณีเป็นการชำระค่าธรรมเนียมแบบเหมาจ่ายไม่อาจขอคืนค่าธรรมเนียมในรายวิชาที่ถอนได้
(๕) นักศึกษาที่ถูกลงโทษทางวินัยนักศึกษาให้พักการศึกษาในภาคการศึกษาถัดไป
แต่ได้ลงทะเบียนเรียนและชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในภาคการศึกษาที่ถูกลงโทษไว้แล้ว ให้มีสิทธิขอคืนได้
เต็มจำนวนที่ชำระไว้
นักศึกษาที่มีความประสงค์ขอคืนเงินค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งต้องยื่นคำร้องต่อคณะ
ภายในสามสิบวันนับแต่วันเปิดภาคการศึกษาหรือภาคฤดูร้อน หากพ้นกำหนดเวลานั้นให้ถือว่าสละสิทธิ์
ในกรณีที่มีเหตุอันมิใช่ความผิดของนักศึกษา อธิการบดีโดยข้อเสนอของคณบดีอาจพิจารณายกเว้นค่าปรับให้กับนักศึกษาก็ได้
หมวด ๑๙
การพ้นสภาพนักศึกษาและการขอกลับเข้าศึกษา
ข้อ ๗๓ นักศึกษาต้องพ้นสภาพนักศึกษาในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) สำเร็จการศึกษาและได้รับอนุปริญญาและปริญญา
(๒) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๔
(๓) ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา
(๔) พ้นกำหนดเวลาศึกษาตามข้อบังคับนี้หรือตามข้อกำหนดหลักสูตร
(๕) ลาออกจากการเป็นนักศึกษา
(๖) ถูกลงโทษทางวินัยนักศึกษาอย่างร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกจากการเป็นนักศึกษา
(๗) ตาย
ข้อ ๗๔ นักศึกษาซึ่งพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาเพราะถูกถอนชื่อตามข้อ ๒๔ ไปแล้ว ไม่เกินกว่าสองปีนับแต่วันที่มหาวิทยาลัยประกาศให้ถอนชื่อ อธิการบดีอาจอนุมัติให้นักศึกษาผู้นั้นกลับเข้าศึกษา
ในหลักสูตรเดิมได้
ในกรณีที่นักศึกษาได้รับอนุมัติให้กลับเข้าศึกษาตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าในระหว่างที่ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษาเป็นช่วงเวลาลาพักการศึกษา เพื่อการนี้ให้นักศึกษาดำเนินการชำระค่าธรรมเนียมการรักษาสถานภาพและค่าธรรมเนียมอื่นสำหรับภาคการศึกษาที่ถือเป็นการลาพักการศึกษานั้นด้วย
ข้อ ๗๕ นักศึกษาซึ่งพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาเพราะลาออกจากการเป็นนักศึกษาไปแล้ว
ไม่เกินหนึ่งภาคการศึกษานับแต่วันลาออก อธิการบดีอาจอนุมัติให้นักศึกษาผู้นั้นกลับเข้าศึกษาในหลักสูตรเดิมได้
ให้นำความในข้อ ๗๔ วรรคสอง มาใช้กับกรณีตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม
ข้อ ๗๖ ให้นับรวมเวลาในช่วงเวลาลาพักการศึกษาตามข้อ ๗๔ และข้อ ๗๕ เป็นระยะเวลาศึกษาตามข้อ ๑๑ ด้วย
หมวด ๒๐
การยกเว้นใช้ข้อบังคับ
ข้อ ๗๗ ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นเพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาของนักศึกษาเป็นการเฉพาะราย อธิการบดีโดยข้อเสนอของคณบดีอาจพิจารณาให้นักศึกษาลงทะเบียนรายวิชา ลงทะเบียนรายวิชาเพิ่ม หรือถอนรายวิชา ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขหรือวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ก็ได้
ข้อ ๗๘ ในกรณีการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ทำให้เกิดความเป็นไม่ธรรมแก่นักศึกษาคนหนึ่งคนใด อันเนื่องมาจากเหตุที่มหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบ สภามหาวิทยาลัยโดยข้อเสนอของอธิการบดีอาจกำหนดให้ปฏิบัติแตกต่างจากที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมตามสมควรแก่นักศึกษาผู้นั้น
เป็นการเฉพาะรายก็ได้
ข้อ ๗๙ ในกรณีที่มีข้อบังคับมหาวิทยาลัยหรือข้อกำหนดหลักสูตรกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีไว้เป็นการเฉพาะของคณะหรือหลักสูตร ให้ใช้ข้อบังคับมหาวิทยาลัย
หรือข้อบังคับหลักสูตรที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะนั้นก่อน แต่หากไม่มีกำหนดเรื่องใดไว้ให้ใช้ข้อบังคับนี้
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๘๐ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเทียบฐานะชั้นปีของนักศึกษาที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา
ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ ให้นำความในข้อ ๑๗ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๖๑ มาใช้โดยอนุโลม
ข้อ ๘๑ มิให้นำความในข้อ ๔๐ และข้อ ๔๑ มาใช้บังคับกับนักศึกษาที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาก่อนวันที่ข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ และให้นำความในข้อ ๓๘ และข้อ ๓๙ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ว่าด้วยการศึกษาระดับปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๖๑ มาใช้โดยอนุโลม
ประกาศ ณ วันที่ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัย

