ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๙
—————————-
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย เพื่อให้มีความชัดเจน ครอบคลุม คล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๒) และ (๘) และมาตรา ๗๐ วรรคสี่
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๘ สภามหาวิทยาลัยได้มีมติในการประชุม
ครั้งที่ ๖/๒๕๖๙ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๙ ให้ออกข้อบังคับไว้ดังนี้
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์
และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๙”
ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า “ผู้ประพันธ์บรรณกิจ” ในข้อ ๔ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการ
ของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
““ผู้ประพันธ์บรรณกิจ (corresponding author)” หมายความว่า บุคคลที่มีบทบาท
และความรับผิดชอบในการเผยแพร่ผลงานวิจัย หรือผลงานทางวิชาการ ให้เกิดการถ่ายทอดเป็นเรื่องราวแสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางวิชาการที่ประกอบด้วย การแสดงข้อมูล หลักฐาน ข้อคิดเห็น และประสบการณ์ ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลักในการสื่อสารกับบรรณาธิการวารสาร รวมทั้งเป็นผู้สื่อสารหลักกับนักวิจัยทั่วไป”
ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นบทนิยามต่อจากบทนิยามคำว่า “ผู้ประพันธ์บรรณกิจ (corresponding author)” ในข้อ ๔ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์
และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๖๖
““ผู้ประพันธ์ร่วม (co-author)” หมายความว่า บุคคลที่มีบทบาทและความรับผิดชอบ
ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการทำผลงานทางวิชาการ โดยใช้ความเชี่ยวชาญจำเพาะในสาขาวิชาของตนเอง”
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของข้อ ๑๓ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๑) กรณีการขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์
(๑.๑) งานวิจัยต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล Thai – Journal Citation Index (TCI) กลุ่ม ๑ หรือกลุ่ม ๒ หรือระดับนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด
เว้นแต่การขอตำแหน่งรองศาสตราจารย์ตามสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี งานวิจัยต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล Thai – Journal Citation Index (TCI) กลุ่ม ๑ หรือระดับนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด
(๑.๒) บทความทางวิชาการต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับชาติ
ที่อยู่ในฐานข้อมูล Thai – Journal Citation Index (TCI) กลุ่ม ๑ หรือกลุ่ม ๒ หรือระดับนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด
(๑.๓) ผลงานทางวิชาการที่ไม่ใช่งานวิจัยหรือบทความทางวิชาการ ต้องได้รับ
การเผยแพร่ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมแสดงหลักฐานว่า การเผยแพร่นั้น ได้ผ่านการประเมินคุณภาพ
โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชานั้น ๆ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง (peer reviewer) ที่มาจากหลากหลายสถาบัน ทั้งนี้ ตามเอกสารแนบท้าย
(๑.๔) ผลงานทางวิชาการตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ นอกจากจะเผยแพร่ตามข้อ (๑.๑) (๑.๒) และ (๑.๓) แล้ว อาจเผยแพร่ตามคำจำกัดความ รูปแบบ การเผยแพร่และลักษณะคุณภาพของผลงานทางวิชาการตามปรากฏในเอกสารแนบท้ายข้อบังคับนี้ได้”
ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความใน (๒.๒.๒) ของ (๒) ของข้อ ๑๓ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๒.๒.๒) งานวิจัยต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล Thai – Journal Citation Index (TCI) กลุ่ม ๑”
ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความใน (๖) ของข้อ ๑๕ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๖) ต้องแสดงการได้รับอนุญาต หรือต้องปฏิบัติถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของการวิจัยในคนหรือสัตว์ เฉพาะในกรณีการทำผลงานทางวิชาการที่เป็นการทำวิจัยในคนหรือสัตว์โดยตรง”
ข้อ ๘ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๗) ของข้อ ๑๕ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖
“(๗) ต้องไม่กระทำผิดจริยธรรมทั่วไปอย่างร้ายแรง หรือทุจริตต่อหน้าที่ ถูกไล่ออกหรือปลดออกจากตำแหน่งเพราะกระทำผิดวินัยร้ายแรง หรือกระทำผิดอื่น อันเป็นการเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์
อย่างร้ายแรงของการดำรงตำแหน่งทางวิชาการ”
ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๙ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๑๙ ผู้ขอกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ต้องเสนอผลงานทางวิชาการที่มีคุณภาพและปริมาณตามข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
(๑) งานวิจัยอย่างน้อย ๒ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ B ขึ้นไป
(๒) งานวิจัยอย่างน้อย ๑ เรื่อง และผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นอย่างน้อย ๑ รายการ
ที่มีคุณภาพระดับ B ขึ้นไป
(๓) งานวิจัยอย่างน้อย ๑ เรื่อง และตำราหรือหนังสืออย่างน้อย ๑ เล่ม ที่มีคุณภาพระดับ B ขึ้นไป
(๔) งานวิจัยอย่างน้อย ๑ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ B ขึ้นไป และบทความทางวิชาการ
อย่างน้อย ๑ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ A
งานวิจัยตาม (๑) ถึง (๔) อย่างน้อย ๑ เรื่อง ผู้ขอต้องเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรกหรือผู้ประพันธ์บรรณกิจ หากผู้ขอยื่นงานวิจัยที่เผยแพร่เป็นรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ หรือผลงานทางวิชาการกลุ่มอื่น
ที่มิใช่งานวิจัย ผู้ขอต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ทั้งนี้ ตามลักษณะการมีส่วนร่วมในผลงานทางวิชาการตามเอกสารแนบท้ายข้อบังคับฉบับนี้”
ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๐ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๒๐ ผู้ขอกำหนดตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ในสาขาวิชาทางสังคมศาสตร์
และมนุษยศาสตร์ นอกจากการใช้ผลงานทางวิชาการตามข้อ ๑๙ แล้ว อาจเสนอผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นที่มีคุณภาพระดับ B ขึ้นไป หรือบทความทางวิชาการที่มีคุณภาพระดับ A แทนงานวิจัยตามข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง (๒) และ (๓) ได้”
ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของข้อ ๒๔ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๑) วิธีที่ ๑ ผลงานทางวิชาการ ประกอบด้วย
(๑.๑) งานวิจัย ๒ เรื่อง และตำราหรือหนังสือ ๑ เล่ม ที่มีคุณภาพระดับ B ขึ้นไป หรือ
(๑.๒) งานวิจัย ๑ เรื่อง ผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น ๑ รายการ และตำรา
หรือหนังสือ ๑ เล่ม ที่มีคุณภาพระดับ B ขึ้นไป
งานวิจัยตาม (๑.๑) และ (๑.๒) อย่างน้อย ๑ เรื่อง ผู้ขอต้องเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรก
หรือผู้ประพันธ์บรรณกิจ และผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น ตำราหรือหนังสือตาม (๑.๑) และ (๑.๒)
โดยผู้ขอต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐”
ข้อ ๑๒ ให้ยกเลิกความใน (๒.๑) ของ (๒) ของข้อ ๒๔ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๒.๑) งานวิจัยอย่างน้อย ๓ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ A ขึ้นไป อย่างน้อย ๒ เรื่อง และอีก ๑ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ B ขึ้นไป หรือ”
ข้อ ๑๓ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของ (๒) ของข้อ ๒๔ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการ
ของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“งานวิจัยตาม (๒.๑) และ (๒.๒) อย่างน้อย ๒ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ A ขึ้นไป ผู้ขอต้องเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรกหรือผู้ประพันธ์บรรณกิจ และผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นผู้ขอต้องมีส่วนร่วม
ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐”
ข้อ ๑๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๕ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็น
พนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๒๕ ผู้ขอกำหนดตำแหน่งรองศาสตราจารย์ในสาขาวิชาทางสังคมศาสตร์
และมนุษยศาสตร์ นอกจากการใช้ผลงานทางวิชาการตามข้อ ๒๔ แล้ว อาจเสนอผลงานทางวิชาการเป็นตำราหรือหนังสือ อย่างน้อย ๓ เล่ม โดยอย่างน้อย ๒ เล่มมีคุณภาพระดับ A ขึ้นไป แทนงานวิจัยตามข้อ ๒๔ (๒) (๒.๑) และ (๒.๒) และอีกหนึ่งเล่มต้องมีคุณภาพระดับ B ขึ้นไป โดยผู้ขอต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐”
ข้อ ๑๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๘ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖
ข้อ ๑๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๐ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๓๐ ผู้ขอกำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์ต้องมีชั่วโมงสอนประจำวิชาที่กำหนดไว้
ในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยซึ่งเทียบค่าได้ไม่น้อยกว่า ๓ หน่วยกิต ในระบบทวิภาค”
ข้อ ๑๗ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของข้อ ๓๑ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(๑) วิธีที่ ๑ ผลงานทางวิชาการ ประกอบด้วย
(๑.๑) ผลงานทางวิชาการข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
(๑.๑.๑) งานวิจัยอย่างน้อย ๕ เรื่อง ต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด ที่มีคุณภาพระดับ A ขึ้นไป
(๑.๑.๒) งานวิจัยอย่างน้อย ๑ เรื่อง ต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด และผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นที่ได้รับการเผยแพร่ในระดับนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด รวมกันทั้งหมดอย่างน้อย ๕ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ A ขึ้นไป
(๑.๒) ตำราหรือหนังสืออย่างน้อย ๑ เล่ม ที่มีคุณภาพระดับ A ขึ้นไป
ผลงานทางวิชาการตาม (๑.๑.๑) อย่างน้อย ๒ เรื่อง และ (๑.๑.๒) อย่างน้อย ๑ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ A ขึ้นไป หากเป็นงานวิจัยผู้ขอต้องเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรกหรือผู้ประพันธ์บรรณกิจ
หากเป็นผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นและตำราหรือหนังสือผู้ขอต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐
ข้อ ๑๘ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของ (๒) ของข้อ ๓๑ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ผลงานทางวิชาการตาม (๒.๑) และ (๒.๒) อย่างน้อย ๒ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ A+
และอย่างน้อย ๑ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ A ขึ้นไป หากเป็นงานวิจัยผู้ขอต้องเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรก
หรือผู้ประพันธ์บรรณกิจ หากเป็นผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นผู้ขอต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐”
ข้อ ๑๙ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๒ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๓๒ ผู้ขอกำหนดตำแหน่งศาสตราจารย์ในสาขาวิชาทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นอกจากการใช้วิธีการตามข้อ ๓๑ แล้ว อาจเสนอผลงานทางวิชาการตามวิธีการข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
(๑) วิธีที่ ๑ ผลงานทางวิชาการ ประกอบด้วย
(๑.๑) ผลงานทางวิชาการข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
(๑.๑.๑) งานวิจัยอย่างน้อย ๒ เรื่อง ต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ
ที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด หรือวารสารทางวิชาการระดับชาติที่อยู่
ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม ๑ หรือวารสารทางวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลระดับชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด
ที่มีคุณภาพระดับ A ขึ้นไป
(๑.๑.๒) งานวิจัยอย่างน้อย ๑ เรื่อง ต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ
ที่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด หรือวารสารทางวิชาการระดับชาติที่อยู่
ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม ๑ หรือวารสารทางวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลระดับชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด
และผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่น รวมกันทั้งหมดอย่างน้อย ๒ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ A ขึ้นไป
(๑.๒) ตำราหรือหนังสืออย่างน้อย ๒ เล่ม ที่มีคุณภาพระดับ A ขึ้นไป
ผลงานทางวิชาการตาม (๑.๑.๑) อย่างน้อย ๒ เรื่อง และ (๑.๑.๒) อย่างน้อย ๑ เรื่อง หากเป็นงานวิจัยผู้ขอต้องเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรกหรือผู้ประพันธ์บรรณกิจ
หากเป็นผลงานทางวิชาการในลักษณะอื่นผู้ขอต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ สำหรับตำราหรือหนังสือตาม (๑.๒) ผู้ขอต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐
(๒) วิธีที่ ๒ ผลงานทางวิชาการตามข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้
(๒.๑) งานวิจัยอย่างน้อย ๓ เรื่อง ต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการที่มีชื่อ
อยู่ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด หรือวารสารทางวิชาการระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม ๑ หรือวารสารทางวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลระดับชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด ที่มีคุณภาพระดับ A+
(๒.๒) งานวิจัยอย่างน้อย ๑ เรื่อง ต้องได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการที่มีชื่อ
อยู่ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด หรือวารสารทางวิชาการระดับชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม ๑ หรือวารสารทางวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูลระดับชาติตามที่ ก.พ.อ. กำหนด และผลงานทางวิชาการ
ในลักษณะอื่น รวมกันทั้งหมดอย่างน้อย ๓ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ A+
(๒.๓) ตำราหรือหนังสืออย่างน้อย ๓ เล่ม ที่มีคุณภาพระดับ A+ ขึ้นไป
ผลงานทางวิชาการตาม (๒.๑) และ (๒.๒) อย่างน้อย ๓ เรื่อง ที่มีคุณภาพระดับ A+
หากเป็นงานวิจัยผู้ขอต้องเป็นผู้ประพันธ์อันดับแรกหรือผู้ประพันธ์บรรณกิจ หากเป็นผลงานทางวิชาการ
ในลักษณะอื่นผู้ขอต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ สำหรับตำราหรือหนังสือตาม (๒.๓) ผู้ขอต้องมีส่วนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐”
ข้อ ๒๐ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๕ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖
ข้อ ๒๑ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๔๐ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้แต่งตั้งจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญตรงสาขาหรือในสาขาใกล้เคียง
กับผลงานทางวิชาการของผู้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ และจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่
ก.พ.อ. หรือสภามหาวิทยาลัยกำหนด โดยต้องไม่ใช่ผู้ปฏิบัติงานในสังกัดของมหาวิทยาลัย เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการไม่สามารถแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ ก.พ.อ. หรือสภามหาวิทยาลัยกำหนดได้ ให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการเสนอสภามหาวิทยาลัยพิจารณาให้ความเห็นชอบ ดังนี้
(๑) แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานในสังกัดมหาวิทยาลัยที่อยู่นอกบัญชี
หรือในบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ ก.พ.อ. กำหนด
(๒) แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นบุคลากรภายนอกมหาวิทยาลัยที่อยู่นอกบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ ก.พ.อ. หรือสภามหาวิทยาลัยกำหนด
(๓) แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีตำแหน่งทางวิชาการต่ำกว่าผู้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ
ในกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๑) และ (๒) ได้”
ข้อ ๒๒ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๔๑ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ในกรณีการพิจารณาผลงานทางวิชาการของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตำแหน่ง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์ ที่มีผลการประเมินเป็นเอกฉันท์หรือมีผลการประเมินเป็นเสียง
ข้างมากว่า คุณภาพของผลงานทางวิชาการของผู้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการอยู่ในเกณฑ์หรือไม่อยู่ในเกณฑ์ที่ข้อบังคับกำหนด อาจไม่เรียกประชุมก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของประธานกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ”
ข้อ ๒๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕๐ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๕๐ ในระหว่างการพิจารณากำหนดตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำผู้ใด
หากปรากฏต่อมาว่ามีข้อร้องเรียนว่าผลงานทางวิชาการที่นำมาขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ มีลักษณะขัดต่อจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการตามข้อ ๑๕ ให้คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) พักการพิจารณากำหนดตำแหน่งทางวิชาการของผู้นั้นไว้ก่อน และดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีกรณีตามข้อ ๑๕ หรือไม่
(๒) เมื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ ปรากฏว่า ผู้ขอระบุการมีส่วนร่วมในผลงานไม่ตรงกับความเป็นจริงหรือกระทำผิดจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการตามข้อ ๑๕ ให้เสนอ
สภามหาวิทยาลัยพิจารณามีมติให้ยุติการพิจารณากำหนดตำแหน่งทางวิชาการของผู้นั้น และดำเนินการทางวินัยตามข้อเท็จจริงและความร้ายแรงแห่งการกระทำผิดเป็นกรณี ๆ ไป และห้ามมิให้ผู้นั้นขอกำหนดตำแหน่ง
ทางวิชาการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี แต่ไม่เกิน ๑๐ ปี นับตั้งแต่วันที่สภามหาวิทยาลัยมีมติ
ในกรณีที่มีการดำเนินการทางวินัย และผลการดำเนินการทางวินัยปรากฏว่าผลงาน
ทางวิชาการที่นำมาขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการมีลักษณะขัดต่อจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ
ตามข้อ ๑๕ คณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการอาจถือเอาผลการดำเนินการทางวินัยมาประกอบ
การดำเนินการตาม (๒) โดยไม่ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่งก็ได้”
ข้อ ๒๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕๑ ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็น
พนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๕๑ หากปรากฏภายหลังจากการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการผู้นั้นมีการกระทำผิดตามข้อ ๑๕ และข้อ ๕๐ ให้สภามหาวิทยาลัยมีมติถอดถอนตำแหน่ง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์ สำหรับตำแหน่งศาสตราจารย์ให้สภามหาวิทยาลัยพิจารณาเสนอความเห็นต่อ ก.พ.อ. เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ถอดถอน และดำเนินการ
ทางวินัยตามข้อเท็จจริงและความร้ายแรงแห่งการกระทำผิดเป็นรายกรณี และห้ามมิให้ผู้นั้นขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี แต่ไม่เกิน ๑๐ ปี นับตั้งแต่วันที่สภามหาวิทยาลัยมีมติให้ถอดถอนหรือนับตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ถอดถอน แล้วแต่กรณี”
ข้อ ๒๕ ให้ยกเลิกเอกสารแนบท้ายข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ และให้ใช้เอกสารแนบท้ายข้อบังคับนี้แทน
ข้อ ๒๖ กรณีที่ผู้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการได้เตรียมขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ
โดยวิธีที่ ๓ ไว้แล้วตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้ง
และถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖
สามารถเสนอขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ โดยวิธีที่ ๓ ได้ภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่ข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับ
ในกรณีที่ผู้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการได้ยื่นผลงานทางวิชาการ โดยวิธีที่ ๓ และฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการได้รับไว้พิจารณาแล้วก่อนที่ข้อบังคับฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับ
ให้สามารถดำเนินการพิจารณาต่อไปได้จนกว่าจะแล้วเสร็จ
ข้อ ๒๗ ให้การเผยแพร่ผลงานในวารสารวิชาการระดับชาติ ซึ่งได้เผยแพร่ไว้แล้ว
ก่อนวันที่ข้อบังคับฉบับนี้มีผลใช้บังคับ อาจนำการเผยแพร่ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ มาใช้ขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการได้โดยอนุโลมภายในหนึ่งปี
นับแต่วันที่ข้อบังคับฉบับนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๒๘ การดำเนินการขอตำแหน่งทางวิชาการที่มีอยู่ก่อนวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ
ให้ดำเนินการตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ ต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
ในกรณีที่หลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ว่าด้วยคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งตั้งและถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ซึ่งเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๖๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับฉบับนี้เป็นประโยชน์กับผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการตามวรรคหนึ่ง ให้นำมาใช้กับผู้ขอตำแหน่งทางวิชาการดังกล่าวได้
ประกาศ ณ วันที่ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๙
(ศาสตราจารย์สุรพล นิติไกรพจน์)
นายกสภามหาวิทยาลัย

